[Co-Fic] Invisible Chain : ch8

posted on 19 May 2012 20:37 by bigbang-fanfic  in InvisibleChain
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title: Invisible Chain

Author : kumameaw & tictoc13

Pairing : JunWoo

Rating : NC-17

Author note : เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งที่สมมติขึ้นมา 

(ปล. เพลงประกอบ ต้องกด play เองนะฮะ ด้านข้างเลย >>> )

 

 

 

Invisible Chain : Chapter 8

 

 

 

 

 

 

 

 

นานๆกลับบ้านทีทำให้พี่สาวที่ถูกน้องชายทิ้งให้เฝ้าบ้านกับสุนัขสองตัวเจริญพรน้องเสียให้ขรม เยี่ยมหน้ามาแต่เช้าตรู่บอกว่าจะไปเที่ยวค้างคืนกับเพื่อนแล้วหอบสุนัขสองตัวไปด้วย จัดแจงโยนชามน้ำชามอาหารเบาะนอนใส่หลังรถพร้อมใส่สายจูงสุนัขเรียบร้อย

 

อีโซรามองน้องชายที่วันนี้กลายร่างจากอัยการมาดเข้มมาเป็นหนุ่มน้อยอารมณ์ดีด้วยความหมั่นไส้ อ้าปากยังไม่ทันจะฝากซื้อของอีจุนโฮก็กระโดดขึ้นรถขับออกจากบ้านอย่างรวดเร็วปล่อยให้โซรายืนเท้าเอวมองจนลับสายตา

 

สุนัขพันธุ์โดเบอร์แมนและเยอรมันแชพเพิร์ดนอนสงบนิ่งอยู่บนเบาะ ยื่นหน้ามาทักทายเจ้านายเป็นระยะๆ ท่าทางตื่นเต้นของลูกชายทั้งสองทำเอาจุนโฮอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อนึกถึงเด็กน้อยอีกคนที่ตื่นเต้นเสียจนเขาต้องดุถึงยอมวางโทรศัพท์แล้วเข้านอน

 

 

 

"เดี๋ยวป๋าจะพาไปหาหม่าม๊านะลูกนะ" หันไปบอกลูกรักก่อนจะหัวเราะเบาๆ  เปิดเพลงฟังขณะขับรถพลางผิวปากอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

อูยองสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจก ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเป้และหมวกสีขาวใบเก่งมาสวม หันปีกไปด้านหลัง ปอยผมรับแก้มกลมๆ จนคนเป็นแม่ที่ยืนรออยู่ด้านล่างอดยิ้มให้กับความน่ารักของบุตรชายไม่ได้

 

 

 

“ในตะกร้านี้ มีอาหารและขนมทานเล่นแบบง่ายๆอยู่สองสามอย่าง กันหิวนะจ๊ะ”

 

“ขอบคุณครับแม่”

 

 

 

สวมกอดคนเป็นแม่ก่อนจะผละออกมาเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์อันคุ้นเคยมาจอดที่หน้าบ้าน รับเสื้อแขนยาวจากมารดามาถือไว้ ตามด้วยตะกร้าใส่อาหาร แล้วเดินออกไปที่หน้าบ้านพร้อมกัน

 

 

ร่างสูงก้าวลงจากรถไปสวัสดีคุณแม่ยายแล้วฉวยตะกร้าจากคนตัวเล็กมาถือไว้

 

 

 

"ผมอนุญาตขโมยอูยองไปเที่ยวสักสองวันนะครับ รับรองว่าจะพามาส่งคืนคุณแม่แบบไม่มีบุบสลายไม่ต้องเอาไปเข้าศูนย์เคลมประกัน" บอกกับคุณนายจางยิ้มๆ ไม่สนใจตาถลึงและท่าทางเหมือนจะต่อยหน้าของอูยอง

 

 

 

อูยองหันไปยิ้มและโบกมือให้มารดาของตน ทันทีที่เปิดประตูรถด้านข้างคนขับ ก็เป็นอันสะดุ้งตกใจ เมื่อเห็นสุนัขตัวใหญ่สองตัวนั่งอยู่เบาะหลัง อูยองไม่กล้าเข้าไปนั่ง เพราะเขาเพิ่งจะเคยเจอพวกมันครั้งแรก แถมยังเป็นสุนัขพันธุ์ดุแบบนี้ เขาจะไม่โดดงับคอขาดเอาหรือ ได้แต่ยืนตัวสั่นเปิดประตูรถค้างเอาไว้ จะก้าวขาเข้านั่งก็กลัวโดนรุมกัดเสียก่อนจะได้ไปเที่ยว

 

 

 

"เป็นอะไร เข้ามานั่งสิ"

 

 

ร่างสูงเอ่ยเมื่อเข้ามานั่งประจำที่คนขับแล้วพบว่าผู้ร่วมเดินทางยืนหน้าซีดเป็นไก่ต้มไม่ยอมเข้ามานั่งในรถ  ตาคมเหลือบมองเจ้าสองแสบที่ลุกขึ้นนั่งทำหูตั้งชันเพราะไม่คุ้นกลิ่นคนแปลกหน้า หันกลับมามองอูยองอีกรอบก่อนจะถึงบางอ้อ

 

 

 

"ขึ้นมาเถอะ ซีซาร์กับนโปเลียนไม่กัดหรอก ถ้ามันกัดเดี๋ยวฉันจัดการให้"

 

“ซีซาร์?.. นโปเลียน?” ทวนชื่อของเจ้าหมาสองตัวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าจะมีคนตั้งชื่อหมาได้แปลกประหลาดขนาดนี้

 

 

 

จางอูยองเข้าไปนั่งในรถแต่ก็ยังไม่คลายความกลัว เขาปิดประตูรถแล้วจัดการนั่งเอาหลังพิงประตู หันหน้าไปสบตาเจ้าหมาสองตัวเอาไว้ ขืนนั่งหันหลังให้ มันกระโดดกัดคอเขาขึ้นมาแล้วหนีไม่ทันจะทำยังไง หมาพันธุ์ดุตัวใหญ่ขนาดนี้ แถมเพิ่งเจอกันครั้งแรก มันยังไม่คุ้นกลิ่นคุ้นหน้าเขาเลยเถอะ อีจุนโฮเอาอะไรมารับประกันว่ามันจะไม่ทำร้ายกัน

 

 

 

"ลูกชายฉันรู้ดีน่าว่าใครคือแม่" พูดพลางหัวเราะหึๆ หันไปบอกเจ้าตัวดีทั้งสองหน้าระรื่น "นี่หม่าม๊าอูยองนะ ถ้าใครดื้อกับหม่าม๊าล่ะก็ป๋าจับอดข้าวอดน้ำเลย เข้าใจ๋?"

 

 

 

คว้าร่างบางมากอดโชว์ต่อหน้าลูกชาย ทว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคือแสดงความสนิทสนมให้สุนัขจดจำว่าอูยองคือมิตรไม่ใช่ศัตรู อีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อให้กลิ่นกายเขาติดตัวอูยองไปด้วย กลิ่นของเจ้านายทำให้สุนัขเชื่องกับคนที่มีกลิ่นนั้น

 

อูยองดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดคนเจ้าเล่ห์ ก่อนจะถอยกลับมานั่งเอาหลังพิงเบาะนั่ง จัดการล็อคเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยเพื่อที่จะไม่ถูกกระชากไปกอดอีก

 

 

 

“คุณนี่ไม่อายแม้กระทั่งหมาของคุณเลยนะ” ต่อว่าทั้งที่แก้มยังแดงก่ำ หันไปมองสุนัขตัวใหญ่ทั้งสองตัวแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าพวกมันจะประทุษร้าย อูยองจึงเบาใจลงบ้าง แต่ก็ไม่วายหันไปปาค้อนใส่พ่อของพวกมันวงเบ้อเร่อ

 

 

 

ร่างสูงยิ้มกริ่มยื่นหน้าเข้าไปประชิด สบตากับดวงตาสีเข้มแล้วอดไม่ได้ที่จะขโมยความหอมชื่นใจจากแก้มเนียน อาทิตย์นี้งานรัดตัวมาก เขาไม่ได้พบกับอูยองเลยสักวัน หน้าที่วิทยากรก็ต้องให้จีอาไปทำแทนเพราะปลีกตัวไปไม่ได้  คิดถึงจนต้องเคลียร์งานมือเป็นระวิงเพื่อจะได้พาอูยองไปเที่ยวทะเลด้วยกันตามลำพัง

 

 

 

 

"ขอกำลังใจก่อนขับรถหน่อยสิ" ออดอ้อนตามองริมฝีปากแดงฉ่ำ สื่อความนัยด้วยสายตาเรียกเลือดขึ้นมาวิ่งเล่นบนใบหน้าขาวกลายเป็นสีชมพูระเรื่อ

 

 

 

ร่างเล็กเอามือดันไหล่กว้างเอาไว้

 

 

 

“คนเจ้าเล่ห์! ถ้าคุณอยากได้กำลังใจก็หันไปหาลูกๆของคุณโน่น” ต่อว่าพลางหลบสายตาเป็นพัลวัน

 

 

 

ตอนนี้จางอูยองเขินจนแทบจะมุดลงไปอยู่ใต้เบาะรถให้รู้แล้วรู้รอด! ตอนนี้ในรถมีกันสองคนเสียเมื่อไร หมามันพูดไม่ได้ แต่มันก็ยังมองเห็นนะ ตอนนี้ซีซาร์กับนโปเลียนจ้องมาที่เขาทั้งสองคนตาแป๋วเลย

 

 

 

"จะจูบดีๆหรือจะให้ปล้ำจูบ" นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยความอยากแกล้ง  โน้มตัวข้ามเบาะขังร่างบางไว้ในวงแขนแล้วกระซิบเสียงพร่า "ถ้าให้ฉันเป็นฝ่ายเริ่มเราอาจจะไปไม่ถึงทะเลนะ"

 

 

 

 

อูยองมองอีกฝ่ายตาเขียวปั๊ด กลีบปากบางเม้มแน่นอย่างขัดใจที่โดนอีกฝ่ายเอาแต่ใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะพยักหน้าจำยอม ถ้าหากไม่ยอมทำตามที่อีจุนโฮบอก นอกจากจะไม่ไปถึงทะเลแล้ว พวกเขาอาจจะต้องอยู่บ้านจนไม่ได้ไปไหนก็เป็นได้

 

 

อูยองอยากไปทะเล เพราะฉะนั้นอูยองจะยอมจูบอีจุนโฮ

 

 

มือเล็กยกขึ้นมาปิดสายตาเจ้าเล่ห์ของอีจุนโฮเอาไว้ แม้จะจูบกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่พอสบตากับอีกฝ่ายอูยองก็มือไม้อ่อนไม่ชินกับแววตาราวกับจะกลืนกินของอีจุนโฮเสียที

 

ริมฝีปากสัมผัสกันช้าๆ เริ่มจากแผ่วเบา เป็นเน้นย้ำบนริมฝีปากได้รูป ละเลียดสัมผัสความนุ่มทุกตารางนิ้วของริมฝีปากโดยไม่ได้สอดลิ้นเข้าไปข้างใน อูยองผละออกพร้อมกับเอามือลง ก่อนจะหันหน้าออกไปมองนอกกระจกซ่อนใบหน้าแดงก่ำเอาไว้

 

 

ตอนนี้เขารู้สึกร้อนไปทั้งหน้าจนมันจะระเบิดอยู่แล้ว!

 

 

 

รถคันงามแล่นไปตามถนนอย่างนุ่มนวลเพราะคนขับกำลังอารมณ์ดี ร่างสูงเหลือบมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้เริ่มหายกลัวซีซาร์กับนโปเลียนแล้วคอยชำเลืองมองลูกชายทั้งสองตัวบ่อยๆ

 

 

 

"ลองยื่นมือให้มันดมดูสิ ถ้ามันคุ้นกลิ่นเดี๋ยวมันก็ยอมให้ลูบหัวเอง"

 

 

 

อูยองลองยื่นมือไปหาสุนัขสองตัวตามคำบอก ตอนแรกที่ยื่นออกไป ซีซาร์กับนโปเลียนต่างก็ยื่นจมูกมาหาด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามพฤติกรรมของสุนัข นั่นทำเอาอูยองรีบหดมือกลับเพราะกลัวว่ามันจะกัดเข้าที่มือ แต่พอเจ้าสุนัขทั้งสองตัวยกขาหน้ามาเขี่ยๆราวกับจะให้เขายื่นมือไปหา อูยองเลยยื่นมือออกไปอีกครั้ง

 

ร่างเล็กหัวเราะคิกเมื่อซีซาร์กับนโปเลียนพร้อมใจกันเอาจมูกมาดุนที่ฝ่ามือสลับกับการเลียทักทาย อูยองตัดสินใจยื่นมือทั้งสองข้างไปลูบหัวมันทั้งสองตัว ถูกอกถูกใจเป็นการใหญ่ อูยองรักสัตว์ เขาจึงเรียนสัตวแพทย์ ใฝ่ฝันอยากจะมีคลีนิครักษาสัตว์เป็นของตัวเอง เคยเลี้ยงสุนัขแล้วมันตาย เลยไม่กล้าเลี้ยงอีก เขารอจนกว่าจะพร้อมมีเวลาให้มันมากกว่านี้

 

ตอนนี้อูยองจึงถูกใจเพื่อนสี่ขาทั้งสองตัวนี้นัก ซีซาร์กับนโปเลียนทำท่าเหมือนจะกระโดดมานั่งกับเขาที่เบาะหน้าเสียให้ได้ ยึกยักๆกันไปมาอยู่สองตัว เรียกเสียงหัวเราะจากอูยองได้เป็นอย่างดี

 

คุณป๋ามองหม่าม๊ากับลูกชายเล่นกันแล้วกระตุกยิ้ม คิดถูกที่พาซีซาร์กับนโปเลียนมาด้วย แม่ของอูยองบอกว่าอูยองรักสัตว์มากทว่าหลังจากสุนัขที่เลี้ยงไว้ตายร่างบางก็ไม่ยอมเลี้ยงสัตว์อะไรอีกเลย

 

 

เจ้าตัวแสบสองตัวเห่าลั่น ร้อนถึงคุณป๋าต้องหันมาเอ็ด

 

 

 

"อยากเล่นกับแม่แกหรือไง เสียใจ แม่เป็นของป๋าเว้ย นอนๆไปเลยไอ้ตัวแสบ เดี๋ยวถึงทะเลแล้วจะพาไปวิ่งเล่น"

 

 

 

อูยองยู่หน้าใส่เจ้าของหมาที่ทำเป็นกันท่าไม่ให้เขาเล่นกับนโปเลียนและซีซาร์ แต่ก็ยังแอบยื่นมือไปลูบหัวเจ้าสุนัขทั้งสองตัวตามประสานิสัยดื้อรั้น พวกมันยื่นหน้ามาใกล้ๆและครางรับเขาด้วยความพอใจ

 

 

 

“อ๊ะ! แม่ทำของกินมาด้วยนี่นา คุณเอาไว้หลังรถใช่มั้ยครับ จอดรถหน่อยสิ ผมจะไปเอามาให้ซีซาร์กับนโปเลียน”

 

 

 

ใบหน้าหล่อเหลาบูดบึ้งขึ้นมากะทันหัน ทำหูทวนลมไม่ได้ยินที่อูยองกล่าว ชะลอความเร็วตีไฟเลี้ยวซ้ายไม่สนใจแม่ลูกสามัคคีที่ตอนนี้คนเป็นแม่เอามือมากระตุกแขนเสื้อส่วนเจ้าตัวลูกเห่ากันให้ขรม ร่างสูงจิ๊ปากนึกอยากเขกกะโหลกจอมจักรพรรดิทั้งสองตะหงิดๆ

 

ตีมึนไม่สนใจต่อไป ร่างบางปลดเข็มขัดนิรภัยปีนหนีไปนั่งเบาะหลังกลายเป็นราชาของเหล่าสุนัขไปเรียบร้อย ร่างสูงปรายตามองแล้วแแกล้งเบรคจนหัวทิ่มทั้งแม่ทั้งลูก ผิวปากล้อเลียนทำตัวอารมณ์ดี

 

ร่างเล็กเอามือลูบหัวตัวเองป้อยๆเมื่อมันโขกกับเบาะคนขับเต็มแรง อูยองเกาะเบาะคนขับ ก่อนจะชะโงกหน้ามามองอีกฝ่ายด้วยความโมโห

 

 

 

“คุณแกล้งพวกเรา!” เริ่มมีพรรคมีพวกจนคนขับเลิกคิ้ว แต่อูยองไม่สนใจ ตอนนี้ซีซาร์กับนโปเลียนคือลูกรักของจางอูยอง ไม่ใช่ของอีจุนโฮ!

 

 

 

คนฟังเลิกคิ้ว

 

 

 

"ไปเป็นพวกเดียวกับหมาตั้งแต่เมื่อไรกันฮึ? แล้วแบบนี้ฉันจะไปบอกคุณแม่ยังไงล่ะว่าน้องอูยองของคุณแม่กลายเป็นหมาไปแล้ว หมาแก้มยุ้ยขี้งอนเสียด้วย"

 

 

 

หัวเราะในลำคอเมื่อถูกถลึงตาใส่ เหยียบเบรคเมื่อติดไฟแดงทว่าคงเบรคแรงไปหน่อยอูยองเลยล้มลงมากองอยู่ระหว่างเบาะหน้า ซีซาร์กับนโปเลียนมองตาปริบๆ

 

 

 

"กลับมานั่งข้างหน้าได้แล้ว โตแล้วยังจะซนไม่เข้าเรื่องอีก อีกไม่ไกลก็ถึงทะเลแล้วหลังจากนั้นจะพาซีซาร์กับนโปเลียนไปเดินเล่นที่ไหนค่อยว่ากัน" กล่าวกับเด็กดื้อเสียงดุ เล่นโดดไปโดดมาเล่นกันแบบนี้เขาไม่มีสมาธิขับรถกันพอดี 

 

“ตาแก่ขี้บ่นเอ๊ย!” พึมพำเบาๆเพราะกลัวอีกฝ่ายได้ยิน

 

 

 

แค่เขาจะไปเล่นกับซีซาร์และนโปเลียนแค่นี้ก็ทำเป็นดุกัน ก่อนจะลุกขึ้นมาแล้วตะเกียกตะกายกลับไปนั่งข้างหน้าเหมือนเดิม ยังไม่วายหันไปยิ้มและลูบหัวลูกๆที่นั่งอยู่ข้างหลัง และปิดท้ายด้วยการค้อนใส่อีจุนโฮอีกเป็นรอบที่สองของวัน ร่างเล็กนั่งกอดอกเชิดหน้าไม่สนใจคนข้างๆอีกต่อไป

 

 

 

ถึงทะเลแล้วอูยองยังงอนไม่เลิก จุนโฮถือของเดินตามร่างบางที่กลายร่างเป็นหัวหน้าแก๊งป่วนถือสายจูงพาสองจักรพรรดิเดินตรงรี่ไปยังบ้านพักที่จองไว้  ผู้ชายผิวขาวร่างบอบบางถือสายจูงสุนัขพันธุ์ดุสองตัวตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมา ซีซาร์กับนโปเลียนกวาดตามองรอบด้านคอยระวังภัยให้เจ้านายคนใหม่อย่างเต็มที่

 

 

คุณป๋าหมั่นไส้จนอดไม่ได้ที่จะยื่นขาไปขัดขานโปเลียนจนเดินสะดุดแล้วเตะก้นซีซาร์ไปหนึ่งที

 

 

 

"เอาใจแม่เชียวนะเอ็ง เฮอะ" บ่นพึมพำหน้าตาบึ้งตึง เขาพานโปเลียนกับซีซาร์มาด้วยเพราะอยากให้อูยองอารมณ์ดีไม่ใช่ให้ตัวเองกลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวแม่หมาลูกหมาหรรษาแบบนี้

 

 

 

อูยองหันมาจิ้ปากใส่เมื่อเห็นลูกๆโดนแกล้ง เมื่อมาถึงบ้านพักที่ติดกับชายหาด ร่างเล็กจัดการไขกุญแจห้องก่อนจะเปิดมันออก ซีซาร์กับนโปเลียนแย่งกันวิ่งเข้าไปข้างใน อูยองหัวเราะชอบใจก่อนจะวิ่งตามไป

 

ร่างเล็กไขประตูบานใหญ่ที่เปิดออกไปแล้วเป็นระเบียงกว้าง ลมทะเลหน้าหนาวพัดมาจนเย็นไปทั้งกาย แม้มันจะไม่สดใสเหมือนหน้าร้อน แต่ก็ไม่ได้ดูแย่สักเท่าไร ยังดีเสียอีกที่แดดไม่ร้อนจนเกินไป อูยองมองดูซีซาร์กับนโปเลียนเดินสำรวจไปทั่วตามพฤติกรรมของสุนัขเมื่ออยู่แปลกถิ่น ก่อนจะหลับตาแล้วกางแขน สูดรับลมทะเลอันสดชื่นเข้าสู่ปอด

 

ร่างสูงนอนอยู่บนเตียงพลางบิดตัวไล่ความเมื่อยขบที่สะสมตามร่างกายเนื่องจากขับรถเป็นเวลานาน หลับตาเอามือนวดขมับ รู้สึกปวดศีรษะหน่อยๆ เขาลืมเอาแว่นกันแดดมาจึงต้องหยีตาสู้แสงแดดขณะขับรถและยังต้องคุมสมาธิมากเป็นพิเศษเพราะสามแม่ลูกตัวแสบ

 

แว่วเสียงอูยองเรียกซีซาร์กับนโปเลียน ทว่าไม่มีแรงมากพอที่จะลุกขึ้นไปร่วมวง ก่อนหน้านี้ก็ทำงานหนักจนแทบไม่ได้พักผ่อน ดูท่าร่างกายจะเกินขีดกำจัดในไม่ช้า

 

ถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด  ให้ตายเถอะ เขาจะมาพักผ่อนกับอูยองไม่ใช่หรือไงทำไมต้องมานอนหมดแรงแบบนี้ด้วยนะ บ้าจริง

 

อูยองค่อยๆขึ้นมาบนเตียง ปล่อยให้นโปเลียนกับซีซาร์เดินสำรวจภายในห้องพัก นอนลงข้างๆก่อนจะก้มมองใบหน้าอิดโรยของอีจุนโฮแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ วางหลังมือลงบนหน้าผาก อีกข้างก็วางบนหน้าผากของตนเพื่อวัดอุณหภูมิ ร่างสูงเปิดเปลือกตาขึ้นมามอง อูยองจึงลุกขึ้นนั่งข้างๆ

 

 

 

“คุณโอเคใช่ไหม ผมกับซีซาร์และนโปเลียนจะออกไปวิ่งเล่นที่ชายหาดเสียหน่อย ถ้าคุณไม่ไหวก็นอนพักผ่อนไปก่อนนะครับ”

 

 

 

ร่างสูงขมวดคิ้วเมื่ออาการปวดทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม ถอนหายใจเฮือกเอาแขนก่ายใบหน้าตนเองไว้กดแขนลงบนขมับหวังบรรเทาความปวด พยายามบังคับตนเองเข้าสู่ภวังค์นิทรา

 

พลิกตัวนอนตะแคงหันหลังใส่อูยองเข้าโหมดอีจุนโฮขี้หงุดหงิด ในหัวยังปวดตุบ ปวดจนไม่อยากทะเลาะกับอีกฝ่ายให้ปวดกว่าเดิม ทว่าด้วยนิสัยปากร้ายทำให้พูดประชดออกไป

 

 

 

"เห็นหมาดีกว่าฉันก็เชิญ"

 

 

 

ใบหน้าน่ารักที่เคยร่าเริงเพราะดีใจที่ได้มาเที่ยวสลดลงทันตา แผนที่จะเดินเที่ยวเล่นรับลมเย็นในฤดูหนาวคงต้องพับเก็บเอาไว้ เพราะคนพามาดันป่วยแล้วยังทำตัวงอนไม่เข้าเรื่อง

 

อูยองลงจากเตียงไปเปิดดูของในตะกร้า แม่ของเขาเป็นคนรอบคอบ จึงไม่แปลกที่ในตะกร้าเสบียงจะมียาแก้ปวดหัวและยาแก้แพ้มาด้วย ร่างเล็กหยิบยาแก้ปวดหัวมาสองเม็ด เดินไปยังตูเย็น รินน้ำใส่แก้ว แล้วกลับมาที่เตียงนอนอีกครั้ง

 

 

 

“คุณ คุณลุกขึ้นมาทานยาก่อนสิ หรือจะทานข้าวก่อนไหม”

 

 

เมื่อคนป่วยยังนิ่งอยู่ อูยองจึงใช้มือที่ถือเม็ดยาไปเขย่าร่างสูงอีกครั้ง

 

 

“คุณ! อีจุนโฮ ลุกขึ้นมาทานยาก่อนค่อยนอน จะได้ดีขึ้น”

 

"ป้อน" บอกพลางพลิกตัวนอนหงาย ใบหน้าคมยังบูดบึ้งไม่เลิก ซีซาร์กับนโปเลียนวิ่งมานอนหมอบอยู่ข้างเตียงเมื่อเห็นพ่อออกอาการหงุดหงิด

 

 

รั้งร่างบางลงมานั่งคุกเข่าบนเตียง อ้าปากรอรับเม็ดยาพร้อมน้ำดื่ม

 

 

 

"ป้อนสิ ป้อนด้วยปากนะไม่อย่างนั้นฉันไม่กิน"

 

 

อูยองกรอกตาไปมาด้วยความอ่อนใจ อีจุนโฮในเวลาปกติก็เอาแต่ใจเป็นเลิศแล้ว แต่พอเข้าสู่โหมดคนป่วยแทนที่นิสัยเอาแต่ใจจะป่วยไปด้วย แต่ดันมีเพิ่มมากขึ้นเสียนี่!

 

อูยองจับเม็ดยาหย่อนใส่ปากที่อ้ารอรับ ก่อนจะอมน้ำไว้ในปากตนเอง แล้วก้มลงไปป้อนคนเอาแต่ใจที่นอนรอ

 

กลืนยาลงคอเรียบร้อยก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายทันได้ผละออก มือหนาคว้าท้ายทอยกดใบหน้าหวานแนบลงมาพร้อมกวาดลิ้นไปทั่วโพรงปากนุ่มอย่างหิวกระหาย มืออีกข้างสอดเข้าไปในเสื้อลูบไล้ผิวเนียนลื่นมือ หยอกเย้าสลับไล่ต้อนให้ร่างบางเล่นไปตามเกมที่กำลังจะเริ่มต้น

 

หยาดน้ำใสกลายเป็นเส้นบางๆระหว่างริมฝีปากเมื่ออูยองขยับริมฝีปากออก

 

แขนแกร่งรวบร่างบางแนบกาย ซุกหน้ากับซอกคอหอมกรุ่น

 

 

 

"อยู่แบบนี้สักพักได้ไหม ฉันปวดหัวจัง" เอ่ยเสียงออดอ้อนพลางพรมจูบคอเรียวระหงเรื่อยถึงไหปลาร้า แว่วเสียงหวานครางในลำคอ ร่างสูงหยุดการกระทำไว้แค่นั้น สูดกลิ่นกายหอมเข้าไปเต็มปอด

 

 

 

ร่างเล็กได้แต่นอนนิ่งๆในอ้อมกอดของอีกฝ่ายไม่กล้าขยับไปไหน อูยองกระพริบตาปริบๆมองคนป่วยขี้อ้อนแล้วจึงถอนหายใจ เห็นที มาทะเลรอบนี้จะต้องเป็นคุณหมอรักษาคนซะแล้ว

 

 

 

"ไม่คิดจะชวนคุยหน่อยหรือไง" เสียงทุ้มอู้อี้อยู่ตรงคอ ฟันคมขบงับหยอกเย้าทำเอาร่างบางสะดุ้ง หาอะไรทำฆ่าเวลาขณะรอให้ยาแก้ปวดออกฤทธิ์ "ชวนคุยหน่อยสิ นายไม่เคยชวนฉันคุยก่อนเลยนะ"

 

“จะคุยอะไรล่ะครับ คุณน่ะควรจะพักผ่อนได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายหนักยิ่งกว่านี้” ร่างเล็กขยับตัวให้นอนได้สบายทั้งคู่ ตวัดผ้าห้มมาคลุมกายเอาไว้ โอบกอดและลูบแผ่นหลังกว้างเพื่อกล่อมให้อีจุนโฮนอนหลับพักผ่อน

 

 

 

ร่างสูงรวบคนตัวเล็กเข้ามาแนบอก อยากกอดใจจะขาดแต่ถ้าทำตอนนี้มีหวังอูยองงอนไปอีกนานและอาจทำให้ทริปเที่ยวกร่อยได้  ตัดใจจากร่างหอมละมุนแล้วถอนหายใจ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งสะบัดศีรษะไล่ความมึนงงออกไปแล้วก้าวลงจากเตียง

 

 

 

"ไปเดินเล่นเถอะ ฉันหายปวดหัวแล้ว"

 

 

ขืนยังนอนกอดกันต่อไปเขาไม่รับประกันความปลอดภัยของอูยองแน่..

 

 

 

“คุณไม่เป็นอะไรแล้วจริงนะ?” อูยองช้อนตาถามเพื่อความแน่ใจ ไม่ใช่เดินเล่นกันอยู่ดีๆแล้วเป็นลมเป็นแล้งไปแล้วยิ่งป่วยหนักหรอกนะ

 

“อันที่จริงผมพาซีซาร์กับนโปเลียนไปปลดทุกข์แถวๆนี้ แล้วก็กลับมา คุณจะนอนเล่นที่ระเบียงก็ได้นะครับ” 

 

 

 

ไม่ใช่ไม่อยากให้ไป แต่อูยองกลัวอีจุนโฮป่วยหนักจริงๆ เขาไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงและใส่ใจคนอื่นแบบนี้มานานแล้ว และอูยองก็ไม่อยากให้คนที่เขารักต้องเป็นอะไรไปเพราะความอยากเที่ยวเล่นของเขา

 

 

 

"เลือกเอาว่าจะให้ฉันไปด้วยหรือจะให้ฉันรั้งนายไว้บนเตียงจนหมดแรงไปไหนไม่ได้" กระตุกยิ้มมุมปากด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ หัวเราะออกมาเมื่ออูยองส่ายหน้าจนคอแทบหลุด

 

 

 

เกี่ยวตะขอสายจูงเข้ากับสายรัดอกของซีซาร์กับนโปเลียน เมื่อไม่มีอูยองคอยให้ท้ายสองจักรพรรดิก็นั่งนิ่งรอฟังคำสั่งจากเจ้านาย  จุนโฮพยักหน้าเรียกหัวหน้าขบวนการ

 

 

 

"มาได้แล้วหม่าม๊า ลูกๆนั่งรอนานแล้ว หรืออยากให้ป๋าช่วยทำน้องให้อีกสักตัวก็ไม่ขัดศรัทธาหรอกนะ" พูดจบก็หัวเราะออกมาดังลั่นพลางปัดป้องอูยองที่ถลาเข้ามาทุบแขนเป็นพัลวัน ซีซาร์กับนโปเลียนวิ่งไปนั่งรอพ่อแม่ตีกันให้เสร็จอยู่หน้าประตู

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

ทะเลหน้าหนาวไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่ใครคิด มีนักท่องเที่ยวมาเดินเล่นริมหาดบ้างประปราย แม้จะไม่คึกคักและไม่มีคนลงไปเล่นน้ำเช่นหน้าร้อน แต่หาดทรายขาวเนื้อละเอียด ก็ยังพอมีผู้คนที่รักความสงบมาเที่ยวเล่น

 

อูยองตัดสินใจถอดรองเท้าและถุงเท้าออก ไม่สนใจว่ามันจะหนาวแค่ไหน เขาวิ่งเล่นกับซีซาร์และนโปเลียนอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะดังปนกับเสียงเห่าของสุนัขสองตัวดังลั่นไปทั่วชายหาดอันเงียบสงบ

 

กล้องวีดีโอแฮนดิแคมทำงานอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงมองคนรักและสุนัขวิ่งเลียบชายหาดพลางหมุนตัวเลื่อนกล้องตาม  ใบหน้าน่ารักระบายยิ้มกว้างท่าทางสนุกสนานทำเอาคนที่บันทึกวีดีโออยู่อดยิ้มออกมาไม่ได้

 

ผิวปากเรียกซีซาร์กับนโปเลียนให้กลับมาเมื่อเห็นว่าทั้งสองชักจะวิ่งไปไกลกว่าที่กำหนดไว้  สองจักรพรรดิวิ่งตรงเข้ามาหาเจ้านายอย่างว่าง่าย อูยองเมื่อเห็นดังนั้นจึงเดินตามมาด้วย

 

 

ร่างสูงเก็บกล้องวีดีโอใส่กระเป๋าแล้วเอ่ยถาม

 

 

 

"หิวหรือยัง ไปหาอะไรทานกันไหม"

 

“ผมอยากกินอาหารทะเล!” ตอบโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย มาทะเลก็ต้องกินอาหารทะเล อูยองยืนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยเพราะวิ่งเล่นกับสุนัขสองตัวไม่ได้หยุด ซีซาร์กับนโปเลียนก็ไม่ต่างกัน แต่ก็ดูท่าทางจะสนุกกันไม่น้อย

 

 

 

ร่างสูงรับสายจูงสุนัขไปถือไว้ขณะที่อูยองสวมใส่รองเท้า อีจุนโฮเดินตามแรงดึงของจักรพรรดิทั้งสอง ร่างเล็กรีบเดินไปเกาะแขนพลางช้อนตาออดอ้อนจะเอาอะไรสักอย่าง

 

 

 

“ผมเดินไม่ไหว ผมขี่หลังคุณไปได้มั้ยครับ”

 

"ขี่หลังลูกนายไปสิ นโปเลียน ซีซาร์ เอาหลังให้หม่าม๊าขี่หน่อยเร็วหม่าม๊าเมื่อยแล้ว" กำปั้นทุบเข้าที่แขนอย่างจังทว่าคนพูดกลับยิ้มแฉ่ง ดึงมือเรียวมาหอมแล้วไล่จูบปลายนิ้วทีละนิ้วจนครบ

 

 

นัยน์ตาคมทอประกายออดอ้อน ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานแดงก่ำ จูบบนแก้มเนียนแล้วเลื่อนขึ้นจูบขมับขโมยความชื่นใจ มือข้างที่ไม่ได้ถือสายจูงกอบกุมมือเรียวเอาไว้พลางบีบเบาๆเป็นการกระตุ้น

 

 

 

"เปลี่ยนจากขี่หลังเป็นโอบเอวแทนได้ไหม รับรองว่าจะประคองอย่างดีไม่มีร่วงเลย"

 

 

 

ถูกเอาเปรียบต่อหน้าคนทั้งหาดรวมทั้งหมาสองตัวถึงกับหน้าแดงก่ำ ถึงกระนั้นความน้อยใจก็ตีรวนขึ้นมาจนได้ อูยองยื่นมือไปแย่งสายจูงมาจูงไว้เสียเอง ใบหน้ากลมเรียบนิ่งก้มมองปลายเท้าขณะเดินไปตามที่ร่างสูงโอบกอดพาไป

 

จางอูยองไม่เคยทำตัวงี่เง่าแบบนี้มาก่อน เขาสูญเสียความเป็นตัวเองจนน่ารำคาญ ทำไมจะต้องมารู้สึกแย่กับอีแค่อีกฝ่ายไม่ยอมให้ขี่หลังด้วย มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บมาใส่ใจและคิดมากเลยสักนิด แต่มันก็เป็นไปแล้ว อูยองรู้สึกแบบนั้นไปแล้ว

 

เขาถึงได้รู้สึกเกลียดตัวเองตั้งแต่แรก ที่มาหลงรักอีจุนโฮ จนชักจะมีนิสัยแปลกประหลาดเพิ่มมาได้ทุกวี่ทุกวัน หงุดหงิดหัวใจจริงๆ!

 

 

ร่างสูงปรายตามองคนกำลังน้อยใจไปโลกหน้าแล้วเลิกคิ้ว

 

 

 

"โกรธที่ฉันไม่ให้ขี่หลังหรือไง" บีบเอวเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตา ร่างบางสะดุ้งก่อนจะเงยหน้าตวัดตาใส่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังงอนสุดขีด 

 

"ไม่เอาน่าอย่างอนสิ ฉันจะอุ้มนายแบบอุ้มเจ้าสาวเสียเลยดีไหม จากนั้นก็สั่งอาหารทะเลไปกินบนเตียงของเรา ดีไม่ดีอาหารอาจจะมาทีหลังตอนฉันกินนานอิ่มแล้วก็ได้นะ"

 

 

 

แก้มขาวกลายเป็นสีแดงจัดเพราะคำพูดแสนลามก คุณอัยการอมยิ้มดึงคนชอบคิดมากมาแนบอก

 

 

 

"ขืนให้นายขี่หลังฉันก็ไม่ได้มองหน้านายน่ะสิ ฉันไม่ให้คนอื่นมองนายนอกจากฉันหรอกนะรู้ไหม แค่นี้ฉันก็จะบ้าตายอยู่แล้ว ขนาดมีองครักษ์หน้าเหี้ยมมาด้วยตั้งสองตัวยังมีคนมองนายเลย"

 

“คนบ้า!” ใช้ศอกกระทุ้งไปยังสีข้างจนร่างสูงเจ็บจนตัวงอ แต่อูยองไม่สงสารหรอกนะ ดูก็รู้ว่าไม่ได้เจ็บจริง อีจุนโฮโอเวอร์แอคติ้งไปเท่านั้นแหละ

 

“คนอื่นเขามองแล้วเขาจะกล้ามาทำอะไรผมล่ะ หมาของคุณดุแบบนี้” เขาแอบเห็นชาวต่างชาติมองมาที่ตนเองเหมือนกัน แต่พอเห็นซีซาร์และนโปเลียนก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเขาสักคนหรอก อีกทั้งยังมีชายหนุ่มที่เดินโอบเอวเขาแนบชิดซะขนาดนี้ ใครกล้าเข้ามาไม่บ้าก็หน้าด้านเกินไปแล้ว

 

 

 

อูยองรีบเดินเพราะไม่อยากให้อีจุนโฮมองหน้านาน เขาทำตัวไม่ถูกเลยจริงๆ จากที่เกือบจะโกรธแล้วเมื่อครู่ ตอนนี้ก็กลับเป็นเขาที่ทำตัวไม่ถูกเสียอย่างนั้น อีจุนโฮทำให้อารมณ์เขาแปรปรวณทุกวินาทีจริงๆเลยให้ตายเถอะ

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

ช่วงเวลาบ่ายลูกค้าค่อนข้างจอแจจุนโฮจึงเลือกโต๊ะที่อยู่ระเบียงด้านนอกของร้านเพราะมีซีซาร์กับนโปเลียนมาด้วย สองจักรพรรดินอนหมอบอยู่ข้างเก้าอี้ในปากมีกระดูกยางอภินันทนาการจากเจ้าของร้าน ลูกค้าหลายคนเหลือบมองเป็นระยะเพราะโดเบอร์แมนและเยอรมันแชพเพิร์ดต่างเป็นสุนัขขนาดใหญ่และค่อนข้างดุ

 

อูยองนั่งเท้าคางกดโทรศัพท์เล่นขณะรออาหารมาเสิร์ฟ ด้วยความหิวจัดจึงสั่งอาหารไปหลายอย่าง จุนโฮสั่งของทานเล่นมาให้อูยองทานรองท้องระหว่างรอเมนคอร์สมาเสิร์ฟ

 

ร่างสูงชมวิวไปพลางบันทึกภาพคนรักขณะเผลอลงวีดีโอไปพลาง ภาพทีเผลอของอูยองน่ารักและเป็นธรรมชาติที่สุดแล้ว หมดทริปนี้เขาคงมีคลิปวีดีโอให้ดูแก้คิดถึงไปอีกหลายวัน

 

เวลาผ่านไปสักพัก อาหารทะเลหน้าตาน่าทานก็ถูกนำมาเสิร์ฟ กุ้งเผาหลายสิบตัว ปลาหมึกย่างเกลือ ปูทะเลตัวใหญ่ ปลานึ่งมะนาว ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารทะเลที่อูยองโปรดปราณทั้งนั้น อูยองยิ้มกว้างเมื่ออาหารทุกอย่างพร้อมแล้ว อูยองจึงเริ่มหยิบกุ้งขึ้นมาก่อน ร่างเล็กบรรจงแกะส่วนที่กินไม่ได้ออก ก่อนจะยื่นไปหาร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้าม

 

 

 

“แม่ผมสอนมาว่า เราควรรู้จักตอบแทนบุญคุณคนอื่น วันนี้คุณพาผมมาเที่ยว ผมแกะกุ้งให้เป็นการขอบคุณ”

 

"แกะให้อย่างเดียวเหรอ ป้อนด้วยไม่ได้เหรอ" จุนโฮอ้อน ข้อศอกเท้าอยู่บนโต๊ะกดหยุดการทำงานของกล้องวีดีโอเอาไว้ก่อน "ป้อนหน่อยสิครับคนดี พี่จุนโฮอยากให้อูยองป้อน นะ นะ"

 

 

 

อูยองหน้าแดงก่ำ มองไปยังลูกค้าภายในร้าน แม้พวกเขาจะแยกออกมานั่งตรงระเบียงด้านนอกสุด แต่ก็ยังมีคนเห็นและมองมาที่นี่ หวังว่าคงไม่มีคนรู้จักอยู่ในร้านนี้หรอกนะ ไม่งั้นอูยองก็ไม่รู้จะไปอธิบายกับใครยังไง

 

 

 

“อ้าปากเร็วเข้าสิ” เร่งเร้าให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอ้าปากรับเนื้อกุ้งที่เขาแกะให้เข้าไปในปากเสียที

 

 

 

อีจุนโฮเคี้ยวกุ้งพลางยิ้มให้จนตาแทบปิด อูยองค้อนไปให้ทีหนึ่ง ก่อนจะลงมือทานอาหารทะเลบ้าง

 

 

จากมีคนแกะให้แถมป้อนถึงปากกลับกลายเป็นจุนโฮแกะกุ้งเผาให้อูยองเสียอย่างนั้น ร่างบางตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยจนบางครั้งชายหนุ่มนึกสงสัยว่าคนรักของตนมีกี่กระเพาะกันแน่ สงสัยจะขึ้นไปกองบนแก้มจนหมด

 

 

แกะกุ้งเผากับปูทะเลให้จนหมดแล้วจึงทานอาหารของตนเองบ้าง  เขาชอบทานปลาและหมึกเสียมากกว่าอูยองจึงครอบครองกุ้งกับปูไปโดยปริยาย

 

สั่งหอยเชลล์และกุ้งอบเนยมาอีกจานใหญ่ อูยองตาวาวร้องลั่นหยิบโทรศัพท์มาถ่ายภาพเก็บไว้ด้วยความตื่นเต้น จุนโฮมองแล้วได้แต่ยิ้มขำกับกิริยาน่ารักๆโดยไม่รู้ตัวของอีกฝ่าย นับวันนับเขายิ่งถลำลึกลงไปทุกที จางอูยองครอบครองหัวใจเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

 

หลังจากที่ทานอาหารคาวจนเกลี้ยงจานจางอูยองก็อิ่มจนพุงกาง เขาไม่ได้ทานอาหารทะเลมานานมากแล้ว ร่างเล็กสั่งไอศครีมมาปิดท้าย แม้อีจุนโฮจะตักเตือนว่าอากาศเย็นให้ทานของหวานอย่างอื่นแต่อูยองก็ไม่สนใจ ดื้อยังไงก็ยังดื้ออยู่วันยังค่ำ ร่างเล็กสั่งไอศครีมถ้วยใหญ่มาทาน ในขณะที่อีจุนโฮสั่งถั่วแดงร้อน

 

ระหว่างทานไอศครีม อูยองเสนอให้ซื้อพวกกับข้าวที่สุนัขพอจะทานได้ไปเผื่อซีซาร์กับนโปเลียน มาทะเลทั้งที อูยองก็อยากให้ทั้งสองตัวได้ทานอาหารทะเลบ้าง ไม่ใช่ทานแต่อาหารเม็ดอยู่ทุกวัน ซึ่งอีจุนโฮก็ไม่ได้ขัดอะไร ทั้งสองนั่งรับประทานของหวานจนหมด กับข้าวที่สั่งก็ถูกนำใส่กล่องมาเสิร์ฟพอดี

 

 

 

ช่วงเวลาโพล้เพล้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนักจุนโฮจึงปล่อยให้ซีซาร์กับนโปเลียนวิ่งนำหน้าโดยไม่ต้องมีสายจูง มือหนาข้างหนึ่งหิ้วถุงบรรณาการของจักรพรรดิทั้งสองอีกมือกอบกุมมือของอูยองเอาไว้

 

ทั้งคู่เดินเลียบชายหาดอย่างเงียบๆ ไม่มีบทสนทนาใดเข้ามาแทรกกลางความสงบของท้องทะเล เงียบเสียจนได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งและเสียงลม ร่างสูงมองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าแล้วกระตุกมือให้อูยองหยุดมองด้วย

 

ภาพวิวที่เห็นตรงหน้าทับซ้อนกับภาพเหตุการณ์ในความทรงจำ ใบหน้าคมหมองลงเมื่อเหตุการณ์นั้นเด่นชัดตอกย้ำให้เขานึกถึงใครอีกคนที่ยังคงโทรศัพท์มาไม่เลิกรา หากเขาไม่คิดจะรับสายเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

กระชับมือเล็กแม่นมั่น สั่งตนเองว่าห้ามหวั่นไหวเป็นอันขาด เขารักอูยอง อูยองคือปัจจุบัน เขาจะไม่ยอมให้อดีตมีอิทธิพลมากกว่าปัจจุบันแน่นอน

 

เพียงเสี้ยววินาทีที่รับรู้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของร่างสูง อูยองพยายามที่จะไม่เอามันมาใส่ใจ ขอเพียงอีจุนโฮอยู่ตรงนี้ ยังกุมมือเขาไม่ไปไหน อูยองก็จะเชื่อใจและมั่นใจว่า สักวันหนึ่ง เขาจะได้ยินคำว่ารักจากปากของอีกฝ่ายเพื่อมาสนับสนุนการกระทำที่นุ่มนวลและอ่อนโยนที่อีจุนโฮมอบให้ตั้งแต่เขาสารภาพรักออกไป

 

 

 

“ผมไม่อยากให้พระอาทิตย์ตกเลย ผมไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้”

 

 

 

ลมเย็นริมทะเลในฤดูหนาว พัดผ่านร่างจนสั่นสะท้าน อูยองไม่รู้ว่าตนเองรู้สึกหนาวเหน็บเพราะลม หรือเพราะความรู้สึกบางอย่างที่มันเกาะกินจิตใจเขาอยู่กันแน่ ทั้งๆที่พยายามจะไม่สนใจ บอกตัวเองว่าไม่มีอะไร แต่ความรู้สึกเหล่านี้มันก็ไม่ยอมไปจากหัวใจเสียที

 

 

 

“วันนี้ผมมีความสุขมาก ขอบคุณนะครับ” จบประโยค ร่างเล็กทำในสิ่งที่อีจุนโฮไม่มีวันนึกถึง

 

 

 

อูยองเงยหน้าสบตากับอีจุนโฮ ประคองใบหน้าได้รูปไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เขย่งปลายเท้าขึ้นไปมอบจุมพิตแสนหวาน ไร้การบังคับจิตใจ ไร้ข้อต่อรองใดๆ อูยองเป็นฝ่ายเริ่มก่อนด้วยความเต็มใจและยินดี

 

 

 

"นายทำให้ฉันเหมือนคนบ้าตลอดเวลาจริงๆ" ร่างสูงกระซิบเสียงพร่าเมื่ออีกฝ่ายถอนริมฝีปากออก ใบหน้าแดงก่ำนั้นไม่ต่างอะไรกับใบหน้าของเขาเลย ทั้งแดงก่ำและร้อนผ่าวจวนเจียนจะไหม้ 

 

 

 

รวบร่างบางมากอดแนบอก กดใบหน้าหวานซุกกับอกกว้าง แม้จะมั่นใจในความรักทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยมันออกไป ริมฝีปากหยักเม้มแน่นหลับตาไล่ความคิดไร้สาระออกจากสมองก่อนจะคลายอ้อมกอด แขนเพรียวกอดเอวแน่นไม่ยอมปล่อย

 

 

 

เสียงเห่าของซีซาร์เตือนให้จุนโฮรู้ว่าเขาควรรอให้ถึงบ้านพักเสียก่อน

 

 

 

 

 

"ปล่อยเอวฉันดีกว่านะ ไม่อย่างนั้นโขดหินแถวนี้ได้กลายเป็นที่กำบังแน่"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

kumameaw’s talk :: ชอกช้ำระกำทรวงกันมาหลายตอน ตอนนี้มาสวีทกันจนทะเลหวาน อรั่ก!! ชอบซีซาร์กับนโปเลียนนนน!! 5555+ โอ้ย ตอนนี้หวานเว่อร์ หวานจนไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือฟิคโซ่หื่น 5555+ คุณอัยการกวนประสาทเหมือนเดิม ว่าที่คุณหมอก็ยังดื้อและน่ารักเรี่ยราดเหมือนเดิม ซีซาร์กับนโปเลียนมาแย่งซีนคุณพ่อมาก จนคุณแม่แทบจะไม่สนใจคุณพ่อเลย(ม๊าเห็นหมาดีกว่าสินะ ก้ากกกกกก)

 

ขอบคุณทุกๆคนที่เขามาอ่านนะฮะ ขอบคุณเจ้กิ๊ฟท์ที่เป็นอัยการแก่แถมเลี้ยงหมาด้วย ก้ากกกก โอ้ย ชอบสองจักรพรรดิ์จริงจัง มาสร้างสีสันให้เรื่องนี้มากมาย อร้ายยยย

 

tictoc13 Talk : มันคือฟิคอีโรติกคอเมดี้สินะ *หัวเราะ* อยู่ดีๆก็ยัดหมาเข้ามา แบบว่า...อยากเลี้ยงหมา อยากเลี้ยงโดเบอร์แมน ชอบ เลี้ยงไม่ได้ น้องโฮเลี้ยงแทนป้าแล้วกัน ก๊ากกกกกกกก  ฟิคเรื่องนี้เปลี่ยนไปตามอารมณ์ผู้เขียนจริงๆ ใครคิดจะเดาทางคงสาปแช่งไปสามกระบุงโกย 555

ตอนนี้หวานมาก หวานแบบไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างอีจุนโฮจะหวานได้ ความจริงคือก่อนเขียนดูรูปดูวีก็อตแมริด เอ๊ย มิวสิคแอนด์ชะนีที่จุนโฮเล่นกับโซอึนมา หมั่นไส้ความระริกระรี้ของหลาน เอามาเป็นฟิคซะเลย เราหมั่นไส้แต่คนรับบทอูยองเครซี่มาก เข้าทาง หึหึ

มีเมียเด็กมันเหนื่อย = =^