[Fic] Darkness Surrounding : Ch11

posted on 17 Sep 2013 19:48 by bigbang-fanfic in DarknessSurrounding
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title :: Darkness Surrounding

Status :: 11 / ?

Author :: kumameaw

Paring :: Junho x Wooyoung

Genre :: Dark Comedy ,, Fantasy Fiction

Warning :: ทุกอย่างในเรื่องนี้ เป็นสิ่งสมมุติ

 

 

 

 

Note :: หายไปนานนนนนนมากกกกกก กลับมาแล้ว ตอนนี้เหมือนจะมีอะไรแต่ก็ไม่มีอะไร(?) สั้นด้วย...มั้ง T T

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Darkness Surrounding

Chapter 11 : Full moon shine

 

 

 

 

 

 

กิจกรรมในช่วงกลางวันเสร็จสิ้นลงแล้ว นักศึกษาทุกๆคนต่างก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวเพื่อมาทานข้าวและรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมดูดาวของชมรมดาราศาสตร์ในช่วงกลางคืน อีจุนโฮและจางอูยองเสนอตัวมาช่วยรุ่นพี่ติดตั้งกล้องโทรทัศน์หลายตัวที่ยกมาจากชมรมเพราะพวกเขามีความเชี่ยวชาญ แถมอีจุนโฮยังบอกว่ารุ่นนี้ที่บ้านตนก็มีรุ่นพี่จึงไม่ปฏิเสธ

 

วันนี้อูยองกับจุนโฮตัวติดกันทั้งวัน ตอนเดินป่าชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงก็คอยจับจูงมือ บ้างก็ถือโอกาสเนียนกอดเอวทำเป็นประคองกอดมนุษย์หมาป่าโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง แต่การกระทำทั้งหมดก็ตกอยู่ในสายตาเพื่อนๆจนใครหลายคนต่างก็อิจฉา

 

รุ่นพี่ปีสามหัวหน้าชมรมดาราศาสตร์กำลังติดตั้งกล้องโทรทัศน์ช่วยอูยองอย่างตั้งอกตั้งใจ รุ่นพี่หนุ่มคอยลอบมองเสี้ยงหน้าของรุ่นน้องเป็นพักๆ ถูกตาต้องใจในความน่ารักของอูยอง ในใจหวังจะตีสนิทสานความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

 

 

 

“เรียบร้อยแล้วครับ ที่เหลือก็อาจจะต้องปรับองศาตามแผนที่ดูดาว ส่องดาวที่อยากจะดู” อูยองเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้

 

“กล้องตัวนี้ พวกเราจะเอาไว้ส่องพระจันทร์เต็มดวงคืนนี้ต่างหาก น้องอูยองชอบคืนพระจันทร์เต็มดวงไหมครับ”

 

“ชอบสิครับ..” อูยองตอบ “..เพราะแสงจันทร์ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้ผมมีพลัง” กระซิบท้ายประโยคเสียงเบา จ้องมองเข้าไปในแววตาของรุ่นพี่ อูยองมองออก ว่าชายหนุ่มคนนี้หวังอะไรในตัวเขา แม้ไม่อ่านใจ

 

“พลัง? พลังอะไรเหรอครับ” รุ่นพี่หนุ่มขยับมาประชิด ก้มใบหน้าลงกระซิบข้างๆหูของอูยอง

 

 

ร่างเล็กผงะถอยอย่างรวดเร็ว ตวัดสายตามองด้วยความไม่พอใจ อูยองไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะถึงเนื้อถึงตัวเร็วขนาดนี้

 

 

“ขอโทษนะ!”

 

 

 

น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจนสองคนที่ยืนอยู่ก่อนหน้าหันไปมอง แวมไพร์หนุ่มมองหน้ารุ่นพี่ด้วยสายตาราวกับจะฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ อูยองถลาเข้าไปคว้าต้นแขนอีกฝ่ายเอาไว้ แม้จะรู้ว่าอีจุนโฮควบคุมตัวเองได้ดี แต่เขาก็ไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องผิดใจกัน พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้ว อูยองไม่อยากให้เกิดเรื่อง

 

 

 

“ผมขอตัวก่อนนะครับรุ่นพี่” อูยองก้มหัวให้คนอาวุโสกว่า ก่อนจะลากอีกฝ่ายออกไป แต่ทว่าร่างสูงก็ไม่ก้าวตาม

 

“ถ้านายอยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไป อย่า ยุ่ง กับ จางอูยอง!”

 

“จุนโฮ ไปกันเถอะ”

 

 

 

นัยน์ตาดุกร้าวถูกส่งออกไปอย่างไม่เกรงกลัว สีดำค่อยๆจางไปจากดวงตา จากดำเป็นเทา จากเทาเป็นสีน้ำตาลอ่อน ก่อนที่มันจะกลายเป็นสีแดงเพลิงจุนโฮรีบกระพริบตาลงพลางแสยะยิ้มให้กับมนุษย์ที่หาญกล้าจะแตะต้องของของเขา

 

แรงกระตุกที่ต้นแขนเรียกให้หันไปมอง จุนโฮโอบไหล่บางเข้าหา ก่อนจะพาอูยองออกไปจากที่ตรงนั้น ปล่อยให้รุ่นพี่ยืนขาแข็งเพราะความตกใจจนแทบก้าวขาไม่ออก

 

 

 

“นายอยากให้ทุกคนรู้ว่านายเป็นแวมไพร์รึไง”  อูยองสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง ก้าวเดินนำหน้าและบ่นอุบอิบไม่หยุด

 

“ฉันแค่ไม่อยากให้มันมาเข้าใกล้นาย”

 

 

 

อูยองหันกลับมามองร่างสูงที่ยืนห่างจากตนไปสามถึงสี่ก้าว ใบหน้ากลมบึ้งตึง ร่างเล็กถอนหายใจพลางกรอกตาไปมา หลายปีมานี้อูยองใช้ชีวิตปกติไปกับพวกมนุษย์ทั่วไป แต่อีจุนโฮกำลังจะทำให้สิ่งที่เขาพยายามรักษาสถานะทางสังคมมนุษย์พังลง

 

 

 

“ทุกคนมีสิทธิ์เข้าใกล้ฉันทั้งนั้น ฉันรู้ขอบเขตดี ใครที่เป็นมิตร ใครเป็นศัตรู ฉันอ่านใจพวกเขาออก ถ้าเขามาร้ายฉันก็ปลีกตัวออกห่างได้”

 

“แต่ไอ้บ้านั่น!!...”

 

“ฉันดูแลตัวเองได้!”

 

“แต่ฉันหวงนาย! ฉันหวง และห่วงนายเข้าใจไหม”

 

“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะจุนโฮ แต่ครั้งหน้าอย่าไปเผยสถานะตนเองให้คนอื่นรู้สิ ไม่เช่นนั้น มนุษย์กับอมนุษย์จะอยู่ร่วมกันลำบาก แค่ต้องย้ายถิ่นฐานเพราะความจำเป็นพวกฉันก็เหนื่อยมากพอแล้ว อย่าให้เราต้องถูกขับไล่ราวกับสิ่งที่น่ารังเกียจเลยนะ”

 

 

 

ร่างสูงก้าวขาไปหาคนตัวเล็กกว่า รั้งร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด กดใบหน้าซุกเข้าหาอกกว้างลูบศีรษะเล็กเบาๆ

 

 

 

“นายไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ” ...แม้เผ่าพันธุ์ของนายบางตัวจะน่ารังเกียจก็ตาม

 

 

 

ประกายตาแปรเป็นสีแดงเพลิงทอดมองออกไปยังลานกว้าง สายลมยามเย็นพัดโชยมา หัวใจที่เย็นชาและหยาบกระด้างกำลังสั่นคลอนราวกับมีชีวิต สิ่งที่ตนกำลังจะทำ มันเลวร้ายยิ่งกว่าการกระทำของเขาเมื่อครู่อีก และถ้าหากคนในอ้อมกอดรู้ความจริงทั้งหมด อีจุนโฮอาจจะถูกเกลียดไปตลอดชีวิต

 

ไม่น่าเลย.. ความรู้สึกบางอย่างมันไม่น่าเกิดขึ้น เขาน่าจะควบคุมมันได้อย่างที่ผ่านมา แต่กับอูยอง ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไร ความรู้สึกนี้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และมันทำให้เขาอ่อนแอ

 

 

ราชาปีศาจไม่ควรมีความรัก ยิ่งกับอมนุษย์น้อยที่มีโลหิตอันแสนวิเศษและจำเป็นต่อเขา อีจุนโฮยิ่งไม่ควรสงสารหรือห่วงใย

 

 

อีจุนโฮไม่ควรรักจางอูยอง

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

นักศึกษาทุกคนต่างก็ตื่นเต้นกับกิจกรรมดูดาวและพระจันทร์เต็มดวง นั่นถือเป็นโอกาสอันดีที่อูยองจะปลีกตัวออกมาที่เตนท์อย่างเงียบๆ ร่างเล็กถอดเสื้อคลุมกันหนาวและผ้าพันคอออก เขาต้องเหลือเสื้อผ้าให้น้อยชิ้นที่สุด เพราะเมื่อเขาเดินออกจากจุดการตั้งค่าย เขาจะต้องแปลงร่างเพื่อวิ่งกลับบ้าน

 

มีคนเดินมาที่เต้นท์นอนของเขาและรูดซิปประตูออก เป็นจุนโฮนั่นเองที่เปิดเข้ามา

 

 

 

“จะไปแล้วหรือ?”

 

“ใช่ ฉันต้องรีบไปแล้ว”

 

“วิ่งลัดป่าไปเลยเนี่ยนะ”

 

“มันเป็นทางที่ใกล้ที่สุด และฉันก็ถนัดที่สุด แถมไม่ต้องคอยระวังว่าจะมีคนมาเห็นด้วย กะว่าจะไปแปลงร่างตรงน้ำตกที่เราเคยพักกลางวันตอนเดินป่าน่ะ”

 

 

 

อูยองต้องวิ่งทางระยะใกล้ เพราะร่างกายเขาก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าไรนัก หากเขาวิ่งไปตามถนน อาจจะมีมนุษย์เจอเข้าก็เป็นได้

 

เมื่ออูยองทำธุระเสร็จเข้ากำลังจะออกจากเตนท์แต่ทว่ามือหนาก็คว้าต้นแขนเอาไว้ จุนโฮออกแรงดึงให้ร่างเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดก่อนจะก้มหน้าป้อนจูบอันเร่าร้อนจนอูยองไม่ทันตั้งตัว

 

 

“อื้อ...”  ร่างเล็กพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอด อูยองหอบหายใจเอาอากาศเข้าสู่ปอดพลางมองอีกฝ่ายตาขวาง อีจุนโอยังมีหน้ามายิ้มระรื่น ป่านนี้เพื่อนบางคนอาจจะสงสัยกันแล้วก็ได้ว่าพวกเขาสองคนหายไปไหน

 

“ฉันจะเบี่