[Fic] Darkness Surrounding : Ch7

posted on 24 Jan 2012 23:02 by bigbang-fanfic
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title :: Darkness Surrounding

Status :: 7 / ?

Author :: kumameaw

Paring :: Junho x Wooyoung

Genre :: Dark Comedy ,, Fantasy Fiction

Warning :: ทุกอย่างในเรื่องนี้ เป็นสิ่งสมมุติ

 

 

 

 

 

Note :: ตอนนี้.... (ไม่พูดละ อ่านเองโลด 5555)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Darkness Surrounding

Chapter 7 : Transform into

 

 

 

 

 

แวมไพร์ที่อยากจะได้แวร์วูฟมาเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ไปตลอดกาล จักต้องดื่มเลือดแวร์วูฟตนนั้นครึ่งหนึ่ง และให้แวร์วูฟดื่มเลือดของตนอีกครึ่งหนึ่ง 

 

เพียงเท่านั้น ไม่ว่าเจ้าจะออกคำสั่งอะไร มันจะขานรับโดยไร้ข้อโต้แย้ง 

 

 

 

 

ฮวางชานซองนึกไปถึงคำสอนของบรรพบุรุษสมัยเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เมื่อกาลก่อนสมัยที่แวมไพร์ต้องการประกาศความเป็นมหาอำนาจเหนือเผ่าพันธุ์อื่นๆ พวกเขาจำต้องล่าสัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ให้อยู่ในช่วงเวลาของการสู้รบ แค่เพียงให้มันดื่มเลือดเพียงน้อยนิด และเหล่าแวมไพร์ก็ดูดเลือดมานิดหน่อย เพียงเท่านั้น แวร์วูฟก็จะเป็นทาสรับใช้แก่พวกเขา แต่หากอยากได้ไว้เป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ไปตลอดกาล แวร์วูฟตนนั้น จะต้องถูกเลือกเฟ้นเป็นอย่างดี ดูคุณลักษณะภายนอก และดูถึงนิสัยใจคอภายใน เรียกได้ว่า อาจจะต้องคัดเลือกและเฝ้าติดตามการใช้ชีวิตของแวร์วูฟตนนั้นกันเป็นปีๆ

 

ชานซองคิดในใจว่า แวร์วูฟที่กำลังก้าวขาลงจากรถ Lexus สีขาวที่จอดอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ก็น่าสนใจที่จะติดตามการใช้ชีวิตอยู่มากทีเดียว และเขาก็ไม่อยากทำอะไรให้ล่าช้าเสียเวลาเสียด้วย

 

คิมจุนซูมองร่างสูงในชุดรัดกุมสีดำอุ้มแมวรัสเซียนบลูตัวใหญ่ไว้ในอ้อมแขน มือหนาลูบบนหัวมันแผ่วเบาจนเจ้าแมวเคลิบเคลิ้ม หากแต่สายตาเจ้าของของมันจ้องมองมาที่เขาราวกับจะกลืนกิน แต่คิมจุนซูไม่ได้สนใจหรือรู้สึกอะไรกับสายตาแบบนั้น เขามองข้ามมันไป จดจ้องไปที่เจ้าแมวที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามันไม่ได้มีอาการป่วยแต่อย่างใด

 

 

 

“แมวของนายไม่ได้ป่วย” พูดขึ้นพลางกอดอกมองคนตรงหน้าอย่างหงุดหงิดที่ต้องออกมาเปิดคลีนิคในวันหยุด

 

“ครับ มันดีขึ้นแล้ว”

 

 

 

จุนซูขมวดคิ้วทันที ด้วยความที่ไม่อยากเสวนาให้มากความ เขาตัดสินใจเดินหนี เพื่อจะไปเปิดประตูคลีนิครักษาสัตว์  ไหนๆก็มาแล้ว เขาอาจจะต้องจัดของภายในหรือไม่ก็ทำความสะอาดเล็กๆน้อยๆ ในเมื่อแมวของเจ้าเด็กนี่ไม่ได้เป็นอะไร เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ

 

จุนซูหยุดชะงักเมื่อแมวรัสเซียนบลูวิ่งแซงหน้าเขาไป มันมุ่งตรงไปด้านหลัง ต้นแขนเขาถูกคว้าเอาไว้แน่น จุนซูพยายามสะบัดออกแต่ไร้ผล มือหนาบีบไว้ราวกับคีมเหล็ก เขาพยายามดึงพลังมนุษย์หมาป่ามาใช้ แต่ก็ยังสู้แรงแวมไพร์ตนนี้ไม่ได้อยู่ดี

 

 

 

“ต้องการอะไร?”

 

“ไปกับผมหน่อยสิ”

 

“ไปไหน เฮ้! ปล่อยนะ!”

 

 

ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมากระซิบแนบใบหู ทำเอาร่างของคิมจุนซูชาวาบ

 

 

“เดี๋ยวก็รู้”

 

 

 

จุนซูได้ยินเสียงพึมพำบางอย่างราวกับบทสวดหรือการร่ายคาถา ร่างกายเขาไร้เรี่ยวแรงจวนจะทรุดลงไปกองกับพื้น จุนซูยังมีสติครบทุกอย่าง เพียงแต่ไร้เรี่ยวแรงขัดขืนต่อต้าน ดวงตาเขาดุกร้าวจดจ้องคนที่กำลังอุ้มเขาขึ้นไปนั่งบนมอเตอร์ไซต์คันใหญ่อย่างเอาเรื่อง

 

 

 

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะฮวางชานซอง!”

 

“เดี๋ยวปล่อยครับ..” หันมายิ้มกวนๆให้หนึ่งทีก่อนจะจัดแจงสวมหมวกกันน๊อคให้คนตัวเล็กกว่า แล้วหยิบหมวกอีกใบเพื่อมาสวมให้ตัวเอง “..กอดเอวผมแน่นๆนะครับ ผมซิ่งนะจะบอกให้”

 

 

 

ไม่อยากกอดก็จำต้องกอด เพราะฮวางชานซองดึงแขนเขาไปโอบเอวตัวเองเสร็จสรรพ จุนซูได้แต่ทำหน้าไม่พอใจภายใต้หมวกกันน๊อค แล้วรถดูคาติสีดำก็แล่นห่างออกไปจากคลีนิคของเขา

 

 

แล่นห่างออกจากตัวเมือง..

 

 

คิมจุนซูไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน อาจจะอยู่เมืองข้างๆ หรือห่างไกลจากชอลลานัมพอสมควร ตลอดเวลาที่เดินทางมา ฮวางชานซองพาเขาเฉียดนรกไปหลายรอบ ไอ้เด็กบ้านี่มันจงใจแกล้งเขา ทุกครั้งที่เข้าโค้ง แซง หรือแม้แต่ทางตรง ฮวางชานซองก็ขับรถฉวัดเฉวียนจนเขาเกือบร่วงลงจากรถหลายรอบ ยิ่งตอนเข้าโค้งไม่ต้องพูดถึง หัวเข่าของเขาแทบจะแตะพื้นเสียให้ได้

 

 

อยากจะแปลงร่างเป็นหมาป่าแล้วขย้ำให้คอขาดจริงๆ!

 

 

หมวกกันน๊อคถูกดึงออกจากศรีษะ จุนซูนั่งหน้าบึ้งให้ฮวางชานซองจัดทรงผมให้เพราะเขาขยับตัวไม่ได้ ก่อนไอ้เด็กร่างยักษ์จะจับเขาอุ้มพาดบ่า แล้วพาเขาวิ่งเข้าไปในป่าลึกด้วยความเร็วพอๆกับการขับดูคาติเมื่อครู่

 

ชานซองเคลื่อนไหวรวดเร็วและปราดเปรียวแม้จะอุ้มจุนซูพาดไหล่ คิมจุนซูไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่สำหรับแวร์วูฟอย่างเขานั้นสามารถหาทางกลับบ้านได้อยู่แล้ว หากแต่เขาไม่เข้าใจว่าไอ้เด็กนี่พาเขามาที่นี่ทำไม

 

ฮวางชานซองค่อยๆวางเขาลงกับพื้นที่มีใบไม้ปกคลุมหนาแน่น จุนซูมองไปข้างหน้ามันคือโบสถ์ร้าง มีเถาวัลย์ขึ้นรายล้อม สภาพทรุดโทรมน่าจะถูกทิ้งร้างไว้เกือบร้อยปี จุนซูมองชานซองที่ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ลานหน้าโบสถ์โล่งเตียน มีเพียงใบเมเปิ้ลสีน้ำตาลร่วงโรยปกคลุม

 

 

 

“ที่ผมพาคุณมาที่นี่ เพราะผมมีเรื่องจะถาม และมีเรื่องต้องทำ” พูดขึ้นมาอย่างสบายอารมณ์ไม่สนใจคนที่กำลังบรรดาลโทสะอยู่ข้างๆ ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนตักอย่างถือวิสาสะ คิมจุนซูถลึงตาใส่ แต่ชานซองก็ไหวไหล่แบบไม่สนใจ เพราะเขาได้ร่ายคาถาให้เจ้าของตักขยับตัวไม่ได้อยู่แล้ว

 

คิมจุนซูจะรู้สึกเหมือนโดนหินขนาดหมื่นตันถ่วงแขนขาอยู่ตลอดเวลา ไม่มีเรี่ยวแรงจะมาต่อกรกันได้ และอีกอย่าง เขากั้นพลังจุนซูเอาไว้ เพื่อไม่ให้อีกคนแปลงร่างเป็นหมาป่ามาทำร้ายกัน

 

 

 

“มีเรื่องอะไรก็รีบพูดรีบทำ” คิมจุนซูมองไปข้างหน้า ลมเย็นๆโชยเอื่อย ใบเมเปิ้ลร่วงหล่น หูคอยฟังสิ่งที่คนที่พาเขามาที่นี่จะบอก

 

“ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ คำถามง่ายๆ ตอบสั้นๆ แค่ yes กับ no”

 

“ว่ามา”

 

“คุณรักจางอูยอง ใช่ไหม?”

 

“....ใช่”

 

“จางอูยอง คือพันธุ์พิเศษใช่ไหม?”

 

“.......” จุนซูนิ่งค้าง เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ความลับสุดยอดที่ปกปิดมาเป็นร้อยๆปี ทำไมฮวางชานซองที่เพิ่งเจอกันไม่นานถึงได้ล่วงรู้ได้

 

“คิมจุนซู คุณยังไม่ตอบคำถามผม”

 

“ไม่ใช่” พยายามทำเสียงเรียบนิ่ง เพราะเกรงอีกฝ่ายจะจับได้ ตอนนี้จุนซูคิดได้อย่างเดียวว่าต้องปกป้องความลับของจางอูยองให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ตาม

 

“คุณโกหก”

 

“ไม่ใช่”

 

“คิมจุนซู มีใครบอกคุณหรือเปล่าว่าเวลาคุณรู้สึกยังไง มันจะแสดงออกมาทางแววตาของคุณเสมอ” ชานซองลุกขึ้นนั่งพลางยื่นหน้าเข้าไปสบตาเรียวที่กำลังสั่นระริก

 

“ไม่”

 

“หึ! คุณรู้อะไรไหม ตอนที่เจออูยองครั้งแรก กลิ่นเลือดเขาหอมมาก แวมไพร์ชั้นขุนนางขึ้นไปมักจะมีประสาทสัมผัสชั้นเลิศ โดยเฉพาะกับเลือดมนุษย์ และอมนุษย์ที่พิเศษ และจางอูยอง ก็ปลุกประสาทสัมผัสนั้นของผม”

 

“...........” คิมจุนซูพยายามต่อต้านคาถาที่ฮวางชานซองร่ายเพื่อกักกั้นพลังเขาไว้ ตอนนี้ร่างกายของเขากำลังกระตุกอย่างรุนแรง

 

 

อยากหนีไปจากตรงนี้ อยากแปลงร่างเป็นหมาป่า อยากกลับไปหาจางอูยอง อยากกลับไปบอกตระกูลจาง แต่เขากลับทำอย่างที่ใจอยากไม่ได้

 

 

“แต่อีจุนโฮกลับประกาศกร้าวว่าอูยองเป็นของมัน น่าเสียดายจริงๆ”

 

“...........”

 

“ผมเองก็ไม่ชอบแย่งของของเพื่อน และผมก็พบว่า คุณเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน แม้จะไม่มีกลิ่นเลือดที่ดึงดูด แต่คุณ...” นิ้วเรียวไล้ไปตามสันคางของคนตัวเล็กกว่า “..ก็น่าครอบครอง”

 

“ไปตายซะ!”

 

“คุณควรยินดี ที่ผมเป็นฝ่ายถูกตาต้องใจคุณนะครับ เพราะหากอีจุนโฮถูกใจคงน่าสงสารแย่”

 

“ทำไม”

 

“จงสวดภาวนาให้แวร์วูฟน้อยของคุณซะเถอะ เห็นแบบนั้น อีจุนโฮร้ายกาจกว่าผมหลายล้านเท่าเลยล่ะ”

 

 

คิมจุนซูพยายามฝืนร่างกายอีกครั้ง เขาเป็นห่วงอูยอง ตอนนี้อูยองอยู่กับอีจุนโฮ เขาต้องไปช่วยอูยอง

 

 

ชานซองมองร่างที่กำลังสั่นอย่างหนัก เลือดสีแดงกำลังไหลออกมาจากปากของคิมจุนซู มนุษย์หมาป่าตนนี้กำลังต่อสู้กับพลังของเขา แวมไพร์หนุ่มยื่นมือไปเช็ดโลหิตสีแดงที่เริ่มไหลออกมาทางจมูก ก่อนจะประกบจูบริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากได้รูป

 

คิมจุนซูเบิกตากว้าง! เรี่ยวแรงที่ถูกดึงขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับคาถาชั่วร้ายพลันมลายหายไปทันที เขาถูกป้อนจูบอย่างหนักหน่วง ร่างกายไม่สามารถดิ้นขัดขืนได้ ใบหน้าถูกประคองให้แหงนขึ้น ลิ้นชื้นดุนดันเข้ามากวาดต้อนทุกย่างอย่างหิวกระหาย เขาถูกผลักให้นอนลง แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความนุ่มของใบไม้ เสื้อแจ็คเก็ตตัวนอกถูกถอดออกไป พร้อมกับฮวางชานซองที่ผละริมฝีปากออกเช่นกัน

 

เขาหอบหายใจรัว มองคนที่คร่อมร่างอยู่อย่างอาฆาตแค้น รอยยิ้มปีศาจค่อยๆพรายบนใบหน้าหล่อเหลา ชานซองก้มหน้าลงมาอีก เขาหลับตาแน่น สัมผัสหนักหน่วงคลอเคลียอยู่ตรงใบหู จุนซูได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เขาเกลียด ฝ่ามือหยาบลูบไล้เข้ามาในสาบเสื้อ ตัวเขาสะท้านหนัก พยายามต่อต้านแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย

 

 

 

“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!”

 

“ผมไม่หยุด อย่างที่บอก วันนี้ผมมีสิ่งที่ผมจะทำ และผมกำลังทำ”

 

“นายจะทำอะไร ไอ้เลว!”

 

“คุณเคยได้ยินเรื่องการผูกพันธะระหว่างเจ้านายกับทาสผู้ซื่อสัตย์ไหม” 

 

 

เสียงทุ้มต่ำดังชัดอยู่ข้างหู คิมจุนซูเบิกตากว้าง ทำไมเขาจะไม่เคยได้ยิน ในเมื่อทวดของเขาเองก็เคยไปผูกพันธะเป็นทาสรับใช้ให้แก่ตระกูลแวมไพร์ชั้นสูง แต่เรื่องแบบนี้มันหมดยุคหมดสมัยไปหลายพันปีแล้ว อย่าบอกนะว่า..

 

 

“ไม่.. ฮวางชานซอง ไม่..”

 

 

จุนซูพยายามอ้อนวอน แต่ไร้ผล ดูจากแววตาที่ตั้งใจแน่วแน่ของคนที่ทาบทับมาบนร่าง เขาก็เริ่มจะรับรู้อนาคตตนเองลางๆ ร่างสูงถอดเสื้อยืดของเขา แผ่นอกเปลือยเปล่าอวดสายตาคนมอง จุนซูเห็นรอยยิ้มพึงพอใจบนใบ้หน้าปีศาจร้าย ฮวางชานซองก้มหน้าลงมาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่หลับตา แต่เขาร้องไห้

 

คิมจุนซูกำลังร้องไห้ให้กับชะตาชีวิตตัวเอง เขาอยากตายเสียตอนนี้ ตายไปเลย สูญสลายจมหายไปกับใบเมเปิ้ลสีน้ำตาลที่ร่วงหล่น ทำไมเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ เขาใช้ชีวิตปกติสุขมาตลอดทั้งตอนที่ใช้ชีวิตเพียงลำพังและตอนที่มาอยู่กับตระกูลจาง แต่แล้ว เมื่อได้มาเจอกับฮวางชานซอง ชีวิตของเขาก็เริ่มแย่ลง และกำลังแย่เข้าขั้นบัดซบเฉกเช่นที่กำลังเป็นอยู่

 

คมเขี้ยวของแวมไพร์เผยออกมาให้เห็น มันแหลมคมและน่ากลัว คิมจุนซูตัวสั่นสะท้าน น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย ยิ่งมาคิดว่าหากมันจมหายไปในลำคอของเขา มันจะเจ็บมากแค่ไหน

 

และฮวางชานซองก็พิสูจน์ให้เข้าได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้น

 

คิมจุนซูผวาเฮือกเมื่อคมเขี้ยวฝังลงไปในลำคอ มันเจ็บเจียนจะตาย แม้เขาเคยผ่านความเจ็บปวดมาแล้วเมื่อตอนที่อูยองกัด แต่มันแตกต่างกัน คิมจุนซูรับรู้ถึงโลหิตในกายกำลังไหลมาออตรงลำคอด้านซ้าย มันถูกดูดออกจากร่างครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายเขาเย็นลงเรื่อยๆ สติกำลังพร่าเบลอ นัยตากำลังเปลี่ยนสี ความเจ็บปวดแล่นริ้วตั้งแต่ปลายผมลงไปสู่ปลายเท้า เขากำลังทรมานจนแทบจะขาดใจตาย

 

คมเขี้ยวถูกถอดถอนออกไป ร่างกายของจุนซูเบาโหวง เขารู้ว่าพิธีการผูกพันธะสัญญาเพิ่งผ่านไปได้ครึ่งทาง แต่ร่างกายของเขามันจวนจะไม่ไหวแล้ว เลือดของเขากำลังจะหมด จุนซูรับรู้ถึงฝ่ามือตบลงเบาๆที่ข้างแก้ม ได้ยินเสียงเรียกชื่อเขา เสียงนั้นอ่อนโยนนุ่มนวล เขาจึงลืมตาขึ้นมอง

 

ฮวางชานซองกัดลงบนข้อมือตัวเอง เลือดสีดำอันเข้มข้นของตระกูลฮวางไหลออกมาช้าๆ เขาก้มลงจูบริมฝีปากที่แห้งผากของคนใต้ร่างอีกครั้ง ก่อนจะยื่นข้อมือไปจ่อตรงริมฝีปากได้รูป

 

สัญชาตญาณของหมาป่าถูกปลุกให้ตื่นทันทีที่กลิ่นเลือดแตะจมูก จุนซูรีบอ้าปากและกัดเข้าไปในข้อมือของฮวางชานซองทันที เขาดูดเลือดของปีศาจร้ายอย่างหิวกระหาย ในหัวมันคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าต้องดื่มมัน ดื่มเพื่อชดเชยเลือดที่เพิ่งเสียไป

 

ฮวางชานซองปลดคาถาที่กักกันไม่ให้คิมขุนซูขยับกายได้ออก เหลือเพียงคาถาที่กักกั้นพลังของแวร์วูฟเอาไว้ เขาก้มมองคนใต้ร่างที่พอขยับตัวได้ก็คว้าข้อมือเขาไว้แน่น คิมจุนซูนอนดื่มเลือดเขาเข้าไปในร่างหยดแล้วหยดเล่า ฮวางชานซองกำลังจะหมดแรง เขาจำต้องรีบดึงข้อมือออกมา

 

คิมจุนซูนอนหอบหายใจอย่างหนัก เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่าง ของเหลวที่ไหลเวียนตามเส้นเลือดทุกหนแห่ง มันกำลังทำปฏิกิริยากับเลือดของเขาที่มีอยู่เดิมอย่างน่ากลัว มันให้เขาเจ็บปวดไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย เขาเริ้มดิ้นไปมาอย่างทรมาน ฮวางชานซองกอดเขาเอาไว้ ทั้งกอดและลูบแผ่นหลังอย่างปลอบประโลม

 

 

 

“ทนอีกนิดนะ แล้วคุณจะดีขึ้น”

 

“อึ่ก!..ไม่!..ฮึ่ก!”

 

“คิมจุนซู ผมอยู่นี่ ผมอยู่ตรงนี้ คุณต้องอดทนนะ คนดี..”

 

 

 

จุนซูกระตุกร่างขึ้นเต็มแรงก่อนจะนอนหอบหายใจในอ้อมกอดปีศาจ สติสัมปชัญญะกลับคืนมาครบถ้วน เหตุการณ์ที่เพิ่งจบลงสดๆร้อนๆฉายชัดเข้ามาในสมองเป็นฉากๆ การแลกเปลี่ยนเลือดกันระหว่างแวมไพร์และแวร์วูฟ ไม่ได้แลกเปลี่ยนในอัตราส่วนน้อยนิดแต่อย่างใด ครึ่งหนึ่งของเขาไปอยู่ในร่างของฮวางชานซอง และครึ่งหนึ่งของฮวางชานซองก็มาอยู่ในร่างเขาแล้วเช่นกัน เขาตระหนักได้ว่า ตอนนี้เขาคือทาสรับใช้ของฮวางชานซองโดยสมบูรณ์

 

 

และแน่นอน เขาจะเป็นตลอดไป

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

มือที่กำลังจับมีดเฉือนก้านดอกชบาชะงักนิ่ง..

 

 

ความรู้สึกบางอย่างตีรวนทำให้รู้สึกโหวงในอก มันแล่นริ้วมาจากปลายเท้าจนถึงปลายเส้นผม อูยองวางทุกอย่างลงบนถาดแก้ว พยายามถอนหายใจยาวๆหลายครั้งเพื่อลบล้างความรู้สึกกดดันนี้ออกไป เขาเป็นพันธุ์พิเศษ ถ้าคนที่อยู่ใต้อาณัติของตระกูลจางเป็นอะไรไป ไม่ว่าเรื่องร้ายหรือดี เขาจะมีอาการคล้ายๆแบบนี้ ถ้าเรื่องดี อย่างเช่นมีหมาป่าตัวน้อยกำเนิดใหม่ในตระกูล ในใจอูยองจะรู้สึกลิงโลด ปลาบปลื้มและมีความสุข แต่หากมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น เขาจะรู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่สะดวก

 

 

เกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับใครหรือเปล่านะ? 

 

 

 

“อ๊ะ!”

 

 

กำลังคิดมากในใจก็พลันต้องสะดุ้งกายเมื่อถูกสวมกอดจากด้านหลัง

 

 

“เป็นอะไร?”

 

 

เมทแลปจอมเจ้าเล่ห์วางปลายคางไว้บนไหล่เล็ก อูยองพยายามดิ้นหนีแต่ก็ไร้ผลเฉกเช่นทุกครั้ง เขาได้แต่ยืนนิ่งให้อีกฝ่ายกอดต่อไป ในหัวอูยองมันพะวงกับเรื่องที่ตีรวนเข้ามาในมโนความคิด เขารู้สึกว่าต้องมีบางอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับคนในตระกูลจาง

 

 

 

“ปล่อยเถอะ เรารีบทำแลปให้เสร็จได้มั้ย ฉันอยากกลับบ้านเร็วๆ”

 

“นายเป็นอะไร” จุนโฮถามพลางพลิกตัวอูยองให้หันกลับมาเผชิญหน้า นิ้วเรียวเลื่อนไปนวดคลึงตรงหว่างคิ้วให้มันคลายปมออก

 

“ไม่รู้ แต่ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย” อูยองมีสีหน้ากังวลใจ

 

“พักผ่อนน้อยหรือเปล่า” อีจุนโฮศึกษาชีวิตของแวร์วูฟมาพอสมควร เผ่าพันธุ์นี้ชอบการนอนหลับพักผ่อนเพื่อเติมพลัง หากนอนไม่เพียงพอก็จะมีอาการหงุดหงิดงุ่นง่าน จนบางตัวก็อาจป่วยไปเลยก็มี

 

“ไม่หรอก.. ฉัน..” มันไม่ใช่เพราะอูยองพักผ่อนน้อย แต่นี่มันเป็นสัญญาณเตือนบางอย่างว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น “จุนโฮ วันนี้พอแค่นี้ได้ไหม ไปส่งฉันตรงที่นายมารับฉันเมื่อเช้าที ขอร้องล่ะ”

 

 

 

จุนโฮเลิกคิ้วมองคนในอ้อมกอด แววตาไหวระริกช้อนมองราวกับออดอ้อน ถ้าจางอูยองเป็นลูกหมา ก็ต้องเป็นลูกหมาที่ขี้อ้อนใช้ได้เลยทีเดียว มือเล็กขยุ้มสาบเสื้อตรงหัวไหล่ อีจุนโฮแอบเสียดายเล็กน้อยที่อุตส่าห์มีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งที วันนี้เขาอยากจะพาอูยองไปไหนมาไหนอีกสักหน่อย แต่โดนแบบนี้เข้าไป เขาเองก็ไม่อยากขัดใจ

 

 

แต่อีจุนโฮ ก็คือ อีจุนโฮ 

 

 

 

“ทำให้ฉันพอใจก่อนสิ แล้วจะพากลับ”

 

 

อูยองเม้มปากตวัดสายตาขุ่นเคืองไปให้ แวมไพร์เป็นอมนุษย์ที่เจ้าเล่ห์เพทุบายที่สุด อูยองก็ได้มาประจักษ์กับตัวเองก็วันนี้ ความคิดในหัวกำลังตบตีกันไปมาระหว่างยอมทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจหรือไม่ยอมแล้วก็ต้องอยู่ในห้องแลปนี้ต่อไป แต่มันก็ประมวลผลออกมาแล้วว่า หากอยู่ต่อ ยังไงเสียอูยองก็จะโดนลวนลามอยู่ดี หรือดีไม่ดีอาจจะมากกว่าที่เป็นอยู่ด้วยซ้ำ สู้เอาใจให้มันจบๆไปเลยแล้วกลับบ้านดีกว่า

 

จุนโฮยกยิ้มเมื่ออีกฝ่ายค่อยๆเขย่งปลายเท้าและยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ กลีบปากสีพีชที่เขาบดจูบความนุ่มนิ่มมันยังตราตรึง ความหอมหวานยังคงอยู่อยู่ ตอนนี้มันกำลังเข้ามาหาเขาช้าๆ อูยองหลับตาลงคงเพราะเขินอายไม่กล้าสบตา ทันทีที่ความอุ่นนุ่มสัมผัสลงบนริมฝีปาก อีจุนโฮเลื่อนมือไปวางไว้บนต้นคอเล็ก ดันให้ใบหน้าอีกฝ่ายเข้าหา โอบเอวบางให้แนบแน่นกว่าเดิม แล้วบดจูบริมฝีปากลงไป

 

ลิ้นชื้นละเลียดชิมความหวานนิ่มบนกลีบปากบาง กดจูบเน้นย้ำจนอีกฝ่ายครางฮือ ก่อนอูยองจะเผลอปากออก อนุญาตให้เข้าไปตักตวงความหอมหวานภายใน ลิ้นเกี่ยวกระหวัดอย่างช่ำชอง ร่างเล็กเซลงมาซบอก มือขยุ้มบนเสื้อแน่นจนแทบจะขาดติดมือ อูยองพยายามจะเอียงหน้าหลบเหมือนจะหยุดไว้แค่นั้น แต่จุนโฮไม่ยอม

 

 

หูและพวงหางสีบาวโผล่ออกมาเมื่ออารมณ์บางอย่างถูกปลุกด้วยจูบให้โหมกระพือ

 

 

แวมไพร์หนุ่มผมสีแดงเพลิงยังคงป้อนจูบอันเร่าร้อนต่อไป ร่างเล็กกว่าแทบขาดอากาศหายใจลงเสียตรงนั้น กำปั้นน้อยๆทุบลงบนหัวไหล่เพื่อประท้วงว่าจะทนไม่ไหวแล้ว จุนโฮจำต้องผละออก แต่ก็ยังกดจูบลงบนกลีบปากอย่างเสียดาย

 

 

อยากจะกอดให้แนบแน่น อยากจะจูบให้ร่างเล็กละลายคาอก อยากจะทำรักให้สมใจอยาก หากแต่อีกใจก็อยากจะทะนุถนอมเอาไว้ เพื่อรอเวลาอันเหมาะสมกว่านี้

 

 

ใบหูสีขาวกระดิกรับริมฝีปากที่จูบลงมาแผ่วเบา แก้มกลมสีแดงปลั่ง ปากบางเผยอหอบหายใจเสียงดัง ดวงตาปรือปรอยเพราะอารมณ์ยังไม่คงที่ ดูเย้ายวนจนอีจุนโฮอยากจะกลายเป็นแวมไพร์ใจร้ายเสียตอนนี้เลย

 

 

 

“พอใจหรือยัง”

 

“พอใจมากเสียด้วยสิ”  พูดล้อให้อีกฝ่ายได้อาย ผลตอบแทนจึงเป็นกำปั้นเล็กๆทุบลงบนอกมาหนึ่งที

 

“ฉันกลับบ้านได้แล้วใช่ไหม”

 

“ฉันพูดแล้วไม่คืนคำ เก็บของกันเถอะ ฉันจะไปส่งนาย”

 

 

 

อูยองรีบผละออกและเก็บของลงในกระเป๋าเป้ นำอุปกรณ์ทดลองไปทำความสะอาดที่ซิงค์ตรงมุมห้อง อีจุนโฮเก็บกล้องจุลทรรศน์เข้าไว้ในกล่องไม้ แล้วเอาไปเก็บในตู้กระจก จัดการล็อคกุญแจ และเดินมาจูงมือมนุษย์หมาป่าผู้น่ารักให้เดินออกไปด้วยกัน

 

อูยองรั้งเอาไว้ เขายังไม่ได้เก็บหูและหางเลย ขืนเดินออกไปแบบนี้แล้วบังเอิญเจอนักศึกษาที่มาทำรายงานหรือมีเรียนวันนี้เข้า คงเป็นที่โจทย์จันแน่ๆ ร่างเล็กหลับตาทำสมาธิ หูและหางค่อยๆหดตัวลงและหายไป จุนโฮหอมแก้มอูยองไปหนึ่งที แล้วจูงมือให้เดินไปด้วยกัน

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

ทันทีที่วิ่งผ่านประตูห้องนอนเข้ามาได้ คิมจุนซูจัดการล็อคประตูก่อนจะวิ่งไปยังห้องน้ำ โก่งคออาเจียนเอาทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในกระเพาะออกมาจนหมด กดชักโครกแล้วเดินมาบ้วนปากและล้างหน้ายังอ่างล้างหน้า ใบหน้าขาวซีดมีน้ำเกาะพร่างพราวจดจ้องมองคนในกระจก

 

ผู้ชายที่อยู่ในนั้นเป็นคนที่คิมจุนซูไม่รู้จัก แม้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกัน แต่ชายคนนั้นก็ช่างน่าขยะแขยงจนเขาเกิดอาการพะอืดพะอมอีกรอบ เขาเกลียดคนในนั้น คิมจุนซูเกลียดคนที่อยู่ในกระจก กำหมัดแน่นแล้วชกเข้าเต็มแรงจนเศษกระจกทิ่มเข้าเนื้อ เลือดสีแดงฉานไหลเลอะอ่างล้างหน้าสีขาว ปะติมากรรมชั้นยอดหากแต่ดูน่ารังเกียจ

 

 

ของเหลวสีแดงนี้ ไม่ได้มีเพียงเลือดของเขาแต่เพียงผู้เดียว

 

โลหิตทุกหยาดหยดที่ไหลเวียนในร่างกายของคิมจุนซู ครึ่งหนึ่งมันคือของฮวางชานซอง 

 

 

มือยังกำแน่นไม่คลาย มันสั่นเทาอย่างรุนแรง คิมจุนซูอยากจะกรีดร้องให้สมกับที่อัดอั้น ฟันอันแหลมคมขบกัดริมฝีปากจนได้เลือด หากส่งเสียงร้องออกไปตอนนี้มีหวังเป็นเรื่องแน่ๆ คิมจุนซูต้องอดทน อดกลั้น ปล่อยให้เลือดไหลออกมา มืออีกข้างค่อยๆดึงเศษกระจกออกมาจากเนื้อช้าๆ เปิดน้ำจากก๊อกให้มันชะล้างเลือดสกปรกที่ไหลออกมาจากมือเขา ก้มหน้าล้างหน้าล้างตา น่าแปลกที่เขาไม่มีน้ำตาสักหยด มีเพียงอาการที่อยากจะอ้วกอยู่ตลอดเวลา มันคืออาการแรกเริ่มของการเปลี่ยนสภาพ

 

คิมจุนซูถอดเสื้อผ้าทิ้งแล้วเข้าไปยืนใต้ฝักบัว เปิดน้ำแรงๆให้ชะล้างร่องลอยที่อยู่บนตัว แต่เขารู้ดี ต่อให้น้ำไหลผ่านตัวเขาแค่ไหน มันก็ไม่สามารถลบล้างมลทินที่อยู่บนตัวเขาไปได้

 

เลือดไหลปนลงไปกับสายน้ำ จุนซูอยากจะภาวนาให้มันไหลออกจากตัวเขาจนหมด แล้วเขาก็ตายไปเสีย

 

มือข้างที่ไม่มีแผลยกขึ้นมาแตะเบาๆตรงบริเวณต้นคอด้านซ้าย มองผิวเผินจากสายตาผิวยังเรียบลื่นไม่มีร่องรอยใดๆ แต่ทว่าเจ้าของร่างกายกลับรู้ดี ว่าตรงนี้เขาโดนตีตราเอาไว้ อีกทั้งถูกผูกพันธะระหว่างเจ้านายและทาสผู้ซื่อสัตย์ เล็บจิกลงบนผิวเนื้อเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

 

 

 

หลังจากการผูกพันธะจบลง ร่างกายที่ขยับได้เป็นปกติก็พยายามดิ้นหนี เขาอยากจะกางกรงเล็บออกเพื่อทำร้ายอีกฝ่าย แต่พลังของมนุษย์หมาป่าก็ยังถูกกักกั้นไว้ เขาร้องไห้จนตัวโยน ไม่สนใจความอบอุ่นอ่อนโยนที่ถูกส่งผ่านออกมา เขาตบหน้าฮวางชานซองเต็มแรง และนั่นคือการกระทำที่ผิดพลาด

 

ด้วยสิทธิของเจ้านาย หากทาสรับใช้บังอาจทำร้ายร่างกาย เจ้านายมีสิทธิ์สั่งสอนแบบใดก็ได้ ฮวางชานซองที่โกรธจัด ฟาดฝ่ามือลงมาบนหน้าเขาเต็มแรง เลือดไหลกลบปาก มันสาดกระเซ็นลงบนใบเมเปิ้ลที่แห้งเหี่ยว จุนซูหน้าชาไปทั้งแถบ แต่กระนั้นก็ไม่เท่ากับเหตุการณ์ที่กำลังจะตามมา

 

ข้อมือถูกรวบเอาไว้เหนือศรีษะ เขาไม่มีทางดิ้นหนี

 

 

 

“คุณต้องยอมรับในชะตากรรมของตนเองซะ ตอนนี้คุณเป็นทาสรับใช้ของผม! คุณหนีไปไหนไม่รอด และต้องทำตามที่ผมสั่ง!”

 

“ไอ้ปีศาจ!”

 

“หึ! ใช่! ผมมันปีศาจ และคุณก็มีเจ้านายเป็นปีศาจ และกำลังจะมีผัวเป็นปีศาจ!”

 

“ไม่นะ ฮวางชานซอง ไม่!!”

 

 

เขาจำได้ว่าตอนนั้นเขากรีดร้องจนลั่นป่า เขาเจ็บ และทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ

 

ทุกสัมผัสยังฉายชัดในสมอง มันยากที่จะลบเลือน ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาเมื่อความเป็นชายของปีศาจใจร้ายถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ทุกครั้งที่ชานซองขยับกายอย่างดุดัน เขาเจ็บปวดจนร่างแทบแหลกเป็นชิ้นๆ มันเต็มไปด้วยความโมโห ไร้ซึ่งความปราณี น้ำตาเขาไหลเปรอะใบหน้า เสียงครางแผ่วปนเสียงสะอื้น เขาอ้อนวอนให้อีกฝ่ายสงสาร  

 

อนิจจา ฮวางชานซองกลับไม่รับรู้มัน

 

คิมจุนซูได้ยินเสียงครางอย่างพอใจดังข้างๆหูในขณะที่เขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เรียวขาของเขาถูกจับแยกออกกว้างเพื่อที่ปีศาจร้ายจะขยับกายอย่างสะดวก แก่นกายขนาดใหญ่โจนจ้วงเข้าสู่ร่างเขาอย่างบ้าคลั่ง ตัวเขาสั่นคลอนตามจังหวะการกระแทกกระทั้นที่รุนแรง ศักดิ์ศรีถูกทำลายย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี

 

เมื่อพายุรักอันบ้าคลั่งของฮวางชานซองจบลง เขาก็หมดสติ และตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าเขานั่งหลับอยู่ในรถยนต์ของตัวเองที่จอดอยู่หน้าคลีนิค ไม่มีวี่แววของฮวางชานซองและแมวของเขา

 

คิมจุนซูภาวนาให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝันร้าย เขาเพียงหลับไปในรถ และฝันร้ายก็เท่านั้น แต่มันไม่ใช่ มันไม่ใช่เลย เมื่อเขาขยับกาย เขาก็รู้สึกเจ็บตรงสะโพก เมื่อเขาลองแตะลงบนต้นคอ เขาก็รู้สึกว่าบริเวณนั้นถูกกัดอย่างรุนแรงแม้ไม่มีร่องรอย

 

 

คิมจุนซูไม่ได้ฝันร้าย

 

 

มันคือความจริง ความจริงที่ว่าเขาไม่ใช่แวร์วูฟปกติทั่วไป เขาคือพวกกลายพันธุ์ และไม่มีอิสรเสรีในชีวิตตนเอง

 

 

 

 

ก๊อกๆๆ 

 

 

เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้น เขาใช้จมูกดมกลิ่น เป็นจางอูยอง คุณหนูของเขา คุณหนูที่เขาแอบรักมาโดยตลอด คุณหนูที่เขาอยากใช้ชีวิตทั้งหมดเพื่อปกป้องและอยู่ใกล้ๆ แต่ตอนนี้ คุณหนูของเขามายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องแล้ว แต่เขากลับไม่กล้าจะโผล่หน้าออกไปหาเลย

 

 

 

“จุนซูฮยอง ฮยองครับ เปิดประตูให้ผมหน่อย”

 

 

 

เสียงอูยองร้องเรียกอยู่หน้าประตู เขาปิดฝักบัว นำผ้าจนหนูมาพันรอบเอว และเอาผ้าขนหนูผืนเล็กมาปิดแผลที่โดนกระจกบาด เดินออกไปจากห้องน้ำ ไปยืนอยู่ตรงหน้าประตูที่อีกฝั่งมีจางอูยองยืนรออยู่

 

 

 

“มีอะไรเหรออูยอง”

 

“ผมกลับมาแล้ว ขอผมเข้าไปหน่อย ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”

 

“พี่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังจะนอนพักผ่อน เอาไว้คุยวันหลังได้ไหม”

 

“ฮยองไม่สบายเหรอครับ ผมได้กลิ่นเลือด ฮยองได้แผลเหรอ”

 

“กระจกบาดนิดหน่อย ขอโทษนะ วันนี้พี่ไม่สบาย ไม่อยากให้เราติดไข้”

 

“ฮยอง”

 

“.....” คิมจุนซูอยากจะร้องไห้ ข้างนอกนั้น อูยองกำลังเสียใจที่เขาเฉยชา อูยองกำลังเสียใจที่เขาไม่ให้เข้ามาหา

 

“งั้นฮยองก็พักผ่อนเถอะนะครับ”

 

“ครับคุณหนู แล้วพรุ่งนี้ผมจะไปง้อนะ”

 

“ไม่ได้งอนซะหน่อย” เสียงงุ้งงิ้งดังมาจากอีกฝากของประตู และเขาได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวห่างออกไป

 

 

 

จางอูยองกลับไปแล้ว คงจะกลับไปนอนน้อยใจเขาที่ห้อง

 

 

 

คิมจุนซูปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ เขาทรมานเหลือเกิน ตอนนี้เขายังมีสิทธิ์ที่จะรักจางอูยองอยู่อีกไหม ในเมื่อสิทธิ์ในชีวิตทั้งหมดของเขา ถูกฮวางชานซองริดรอนจนไม่เหลืออีกเลย

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

Talk :: กำลังตกหลุมรักฟิคเรื่องนี้เข้าอย่างจัง TTATT จะรวมเล่มโว้ย!! จะรวมเล่ม!! ใครไม่เอาก็ช่าง จะรวมเก็บไว้ โฮฮฮฮ ตอนนี้สงสารพี่คิมสุดๆ ต้องแบกรับทุกอย่าง ไหนจะโดนแวมไพร์ทำร้ายและรังแกอีก ตอนนี้ยกให้ชานซูเลยทีเดียว 5555555555555+ (คนบางคน รอฉีกอกฉันแน่ๆ คึคึคึ) ส่วนคู่จุนอูแม่งอย่างกะเป็นแฟนกันเลย โฮววว โนววว

 

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ