[Co-Fic] Invisible Chain : ch3

posted on 06 Apr 2012 20:00 by bigbang-fanfic in InvisibleChain
.
 
 
.
 
 
.
 
 

Title: Invisible Chain

Author : kumameaw & tictoc13

Pairing : JunWoo

Rating : NC-17

Author note : เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งที่สมมติขึ้นมา 

 

 

 

 

 

Invisible Chain : Chapter 3

 

 

 

 

 

 

 

ร่างเล็กในชุดสูทสีดำผูกเนคไทเรียบร้อยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รีบวิ่งมายังห้องฟังบรรยายพิเศษอย่างรวดเร็ว จางอูยองหงุดหงิดเล็กน้อยกับการที่จะต้องมาแต่งตัวเป็นทางการแบบนี้ อีกทั้งตอนเช้าเขายังต้องเสียเวลาไปกับสำนักทะเบียนเรื่องแจ้งบัตรนักศึกษาหาย

 

อันที่จริงตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา จางอูยองก็วิ่งวุ่นติดต่อเรื่องแจ้งบัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตรเครดิต หรืออะไรก็ตามที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์หายไปกับเจ้าหน้าที่ของรัฐฯและเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยจนน่าปวดหัว ถ้าวันนี้ ไม่ใช่วิชาบังคับที่อาจารย์อุตส่าห์ลงทุนไปจ้างวิทยากรพิเศษมาบรรยายล่ะก็ จางอูยองจะไม่ไปยืนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนต่อว่าเรื่องไม่ระมัดระวังและความสะเพร่าอย่างแน่นอน

 

ไม่รู้ว่าเขาทำหายตอนไหน แต่ที่แน่ๆเขาหามันไม่เจอเลยหลังจากวันที่...

 

 

 

“บ้าชะมัด จะคิดถึงมันอีกทำไมกันนะจางอูยอง!”

 

 

สบถด่าตนเองเบาๆก่อนจะรีบเข้าห้องบรรยายขนาดกลางที่จุนักศึกษาได้ถึง 200 คน เดินไปแถวหลังสุดเผื่ออยากจะงีบหลับ

 

 

 

ใบหน้าเรียบเฉยบนบัตรนักศึกษาเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนที่จ้องมองอยู่ได้เป็นอย่างดี เก็บบัตรไว้ในกระเป๋าด้านในเสื้อสูทก่อนจะเปิดไฟเลี้ยวซ้ายเข้าไปลานจอดรถของคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ รายชื่อผู้เข้าฟังบรรยายวางอยู่บนเบาะข้างคนขับ ขีดปากกาไฮไลท์เน้นชื่อๆหนึ่งเอาจะได้จำขึ้นใจ

 

'จางอูยอง'

 

คราวก่อนสวมเสื้อขาวคาร์ดิแกนสีแดง คราวนี้สวมสูทแบล็คไท

 

คงน่ารักน่าเอ็นดูไปอีกแบบ

 

 

 

อูยองยิ้มให้เพื่อนๆที่เดินมานั่งลงใกล้ๆ เขารับเอกสารจากนักศึกษาที่เป็นหัวหน้าคลาสมาส่งต่อให้กับเพื่อนๆที่นั่งถัดไป เสียงบ่นเบาๆเรื่องการที่ต้องแต่งตัวเรียบร้อยทำเอาอูยองยิ้มบางๆ เด็กสัตวแพทย์ไม่ค่อยชอบการแต่งตัวแบบนี้สักเท่าไรนัก

 

เขาเองก็เช่นกัน ร่างบางไม่สนใจจะเปิดเอกสารขึ้นมาดูชื่อผู้บรรยาย หรือแม้แต่รายละเอียดที่เขาจะต้องทนนั่งฟังวันนี้ ชุดสูททำเอาเขาเหงื่อออก เอกสารประกอบการบรรยายจึงกลายเป็นพัดเพื่อเพิ่มความเย็นจากแอร์ในห้องกว้างได้เป็นอย่างดี

 

 

ไฟในห้องประชุมค่อยๆหรี่คง ไฟฟอลโลว์ฉายตามวิทยากรที่ปรากฎกายในชุดสูทแบล็คไท รอยยิ้มอ่อนโยนถูกแจกจ่ายไปทั่วทำเอาบรรดานักศึกษาหญิงใจละลายไปตามๆกัน

 

ร่างสูงทำเป็นมองไม่เห็นคนตัวเล็กที่ทำหน้าตาตกตะลึงเหมือนเจอผีหลอกตอนกลางวัน ใบหน้าน่ารักยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แววตาตื่นตระหนกนั้นก็ด้วย ชายหนุ่มตระเตรียมข้อมูลสำหรับบรรยายเสร็จแล้วจึงแนะนำตัว

 

 

"ผมอีจุนโฮ อาชีพอัยการ สำนักงานอยู่ที่ไหนถ้าอยากทราบค่อยคุยกันหลังไมค์นะครับ" เอ่ยเสียงทุ้มนุ่มลึกบาดใจคนฟัง ใบหน้าหล่อเหลางดงามดั่งเทพบุตรแสนใจดี

 

 

 

ลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ จางอูยองไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น แต่ทว่าชื่อและน้ำเสียงก็ยืนยันได้เป็นอย่างดีแล้วว่าคนที่อยู่บนเวทีบรรยายนั่นคือใคร แม้รูปลักษณ์จะแปลกตาไปเล็กน้อย เพราะสีผมแดงเพลิงใครคราวนั้นกลับกลายเป็นสีดำสนิท น้ำเสียงนุ่มลึกราวกับเทพบุตรที่ทำให้เพื่อนๆในคลาสต่างเคลิบเคลิ้ม หากแต่จะมีเพียงจางอูยองคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าแท้จริงแล้ว อีจุนโฮก็เป็นปีศาจมากตัณหาดีๆนี่เอง

 

ใบหน้ากลมชาดิกเมื่อสบสายตาเข้ากับอัยการหนุ่ม นึกดีใจที่เลือกนั่งข้างหลังสุด เพราะจะได้ไม่ต้องอยู่ใกล้กันมากนัก แต่ถึงกระนั้น ระยะห่างระหว่างเวทีบรรยายกับสโลปด้านหลังสุดก็ไม่ได้ช่วยลดความร้อนแรงจากแววตานั่นได้เลย

 

 

 

"มีใครไม่ทราบบ้างครับว่าวันนี้ผมมาบรรยายเรื่องอะไร" จุนโฮถาม กวาดตามองรอบห้องประชุมก่อนจะกระตุกยิ้มเมื่อเห็นคนนั่งหลังสุดเริ่มยุกยิก อยากแกล้งขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

 

ปากกาเลเซอร์ชี้ตรงไปด้านหลัง ทุกสายตาจับจ้องที่อูยองเป็นตาเดียว

 

 

"คนที่นั่งหลังสุดตอบผมได้ไหมครับว่าผมมาบรรยายเรื่องอะไร"

 

 

 

ร่างบางสะดุ้งตกใจทันทีที่โดนถาม อูยองมองเพื่อนคนนั้นทีคนนี้ทีที่มองมายังเขาเป็นสายตาเดียว ก่อนมือเล็กจะเลื่อนมาหยิบเอกสารประกอบการบรรยายตรงหน้า นึกโทษตัวเองที่ไม่เปิดอ่านเสียก่อน พลางนึกโทษวิทยากรผู้มาบรรยายที่จงใจแกล้งเขาให้ได้อับอาย

 

 

 

“เอ่อ..” อูยองก้มสายตาอ่านข้อความที่อยู่บนปกเอกสาร “เรื่องกฏหมายคุ้มครองสัตว์...ครับ” ลงท้ายหางเสียงด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา จางอูยองไม่อยากจะพูดดีๆด้วยเลยเถอะให้ตาย แต่ก็ต้องทำตัวปกติไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย

 

"ท่าทางจะไม่ได้เตรียมตัวก่อนมาฟังบรรยายสินะครับ" หัวเราะหึๆ เลื่อนสไลด์ฉายภาพหัวข้อบรรยาย "ผมมาบรรยายเรื่องกฎหมายคุ้มครองสัตว์ซึ่งเป็นสิ่งที่นักศึกษาสัตวแพทย์ศาสตร์ทุกคนควรทราบ ถึงจะไม่อยากฟังแต่ก็กลั้นใจฟังหน่อยนะครับเพราะมันอาจไปโผล่ในข้อสอบได้" ปรายตามองร่างบางที่นั่งคอแข็งหน้าเชิดในบัดดล มือเรียวกำเอกสารแน่นจนขอบยับยู่ยี่

 

"คุณชื่ออะไรครับ นักศึกษาแก้มป่องคนนั้นน่ะ"

 

 

คนที่ถูกล้อจุดเด่นบนใบหน้าถึงกับหน้าตึงขึ้นมาทันที อูยองได้ยินเสียงซุบซิบเบาๆดังไปทั่วห้องสโลป เขาถอนหายใจแล้วเชิดหน้า ลุกขึ้นโค้งคำนับอีกฝ่ายแล้วบอกชื่อตัวเองแม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายรู้ชื่อตนเองแล้วก็ตาม

 

 

“จางอูยองครับ” แล้วนั่งลงตามเดิม มือบางกำเข้าหากันแน่น

 

 

ทำไมโลกถึงกลมขนาดนี้ก็ไม่รู้ นึกว่าชาตินี้จะไม่ต้องเจอกันอีกแล้ว และคำว่า –ไปโผล่ในข้อสอบ- ที่อีจุนโฮพูดเมื่อครู่นั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขากับผู้ชายปีศาจตนนี้จะต้องเจอกันอีกหลายครั้งแน่นอน แถมอีจุนโฮยังมาบรรยายในวิชาที่อูยองเกลียดแสนเกลียด วิชาที่ต้องท่องจำมากมายแบบนั้น จางอูยองไม่ถนัดเอาเสียเลย

 

 

"ทำหน้าเหมือนไม่อยากตอบเลยนะ" แสร้งพึมพำกับตนเองทั้งที่ยังไม่ปิดไมค์ทำให้เสียงดังออกจากลำโพงได้ยินทั่วห้องประชุม ร่างสูงชี้ปากกาเลเซอร์ไปยังจอฉายภาพซึ่งเปลี่ยนไปเป็นตัวอักษรยาวพรืด

 

 

"ปัจจุบันมีสัตว์จำนวนมากที่ต้องได้รับการคุ้มครองเพราะถูกมนุษย์คุกคาม มนุษย์คือผู้ล่า ล่าแม้กระทั่งสัตว์ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร สัตว์หลายชนิดใกล้สูญพันธ์เต็มที ในประเทศออสเตรเลียกำลังมีการรณรงค์เพื่ออนุรักษ์โคอาล่าซึ่งเป็นสัตว์พื้นเมือง โคอาล่านั้นอ่อนแอและเป็นเป้านิ่งอย่างดีสำหรับนักล่าสัตว์ แต่กับโคอาล่าบางตัวก็ล่าไม่ค่อยง่ายสักเท่าไร คุณอูยองรู้ไหมครับว่าทำไม"

 

 

 

คนถูกถามสะดุ้งอีกครั้ง ตวัดสายตาไปมองอีกฝ่ายอย่างขุ่นเคืองเพียงชั่วครู่ก่อนจะทำสายตาตามปกติเมื่อเพื่อนคนอื่นๆมองมาที่ตน อีจุนโฮกำลังแกล้งกันชัดๆ! ทำไมต้องจ้องจะเล่นงานเขาด้วย

 

 

“ไม่ทราบครับ” ตอบด้วยเสียงที่ฟังชัดพร้อมทั้งเบือนหน้าหลบสายตาเจ้าเล่ห์ที่จ้องมา รอยยิ้มมุมปากนั่นทำเอาเขาอยากจะพุ่งไปบีบคอให้ขาดใจตายนัก

 

"ผมว่าคุณอูยองมาเป็นผู้ช่วยผมฉายสไลด์ดีไหมครับ เพราะดูท่าทางแล้วคุณจะไม่รู้อะไรเลย" เอ่ยวาจาเชือดเฉือนพร้อมรอยยิ้มแสยะ แกล้งโคอาล่าตัวน้อยสนุกกว่าที่คิดไว้เสียอีก เด็กน้อยสวมสูทแบล็คไทน่าทะนุถนอมและน่าแกล้งเป็นที่สุด

 

"เอาไว้จบการบรรยายแล้วผมจะแจกแบบฝึกหัดให้คุณอูยองไปทำเป็นการบ้านนะครับ ถ้าตอบถูกหมดทุกข้อผมจะให้ห้าดาวแล้วก็ปั๊มตรายางรูปโคอาล่าตัวโตๆ" พูดจบก็หัวเราะในลำคอไม่สนใจร่างบางที่ทำหน้าเหมือนจะฆ่าเขาให้ตายคาห้องประชุม

 

 

เขามาบรรยายเรื่องกฎหมายคุ้มครองสัตว์ เขาย่อมมีสิทธิตั้งคำถามกับนักศึกษาได้อยู่แล้ว

 

 

คนถูกล้อถึงกับหน้ามุ่ยอย่างขัดใจ แต่จะทำอะไรได้ ตอนนี้เขาเป็นแค่นักศึกษาคนหนึ่งเท่านั้น อีกฝ่ายเป็นถึงผู้บรรยายพิเศษที่ทางคณะจ้างมา แถมยังมีบทบาทและอำนาจในการให้คะแนนในรายวิชานี้อีกด้วย จางอูยองลุกขึ้นหยิบเอกสารของตนเองแล้วเดินลงไปข้างล่างอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อขึ้นเวทีไปถึงโต๊ะที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ ใบหน้ากลมก็อดจะหันไปส่งสายตาอาฆาตไปให้อย่างช่วยไม่ได้

 

แล้วมันเรื่องอะไรที่จะต้องเน้นย้ำคำว่าโคอาล่าแล้วมองมาที่เขาทุกครั้ง ผู้ชายคนนี้จงใจจะแกล้งอะไรกันอีกหรือ

 

 

มือหนาคว้าดึงแขนรั้งร่างบางเข้าหาตัว ใบหน้าน่ารักแสดงอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด รีโมตคอนโทรลถูกยัดใส่มือเล็กพร้อมอุปกรณ์บางอย่างที่อูยองมองแล้วต้องขมวดคิ้ว

 

 

"ถือเอกสารอย่างเดียวคงจะเบื่อ ถือกิ่งยูคาลิปตัสประกอบฉากขณะที่ผมบรรยายแล้วกันนะครับ" ส่งยิ้มให้คนที่แทบจะกระโจนเข้ามาบีบคอ ถือวิสาสะจับมือเล็กกุมกิ่งยูคาลิปตัสอย่างแนบเนียน

 

"ถ้าได้ชุดโคอาล่ามาให้นายใส่ด้วยคงจะน่ารักดี" จงใจกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน แก้มขาวห่างปลายจมูกไม่ถึงคืบชวนให้ฝังจมูกลงไปคลอเคลียแต่ก็ต้องอดใจเอาไว้เพราะไม่ใช่ที่รโหฐาน รอให้พักก่อนเถอะเขาจะอนุรักษ์โคอาล่าให้ปลอดภัยที่สุดเลย

 

 

ร่างบางขนลุกชัน สะบัดตัวออกจากการเกาะกุม ก่อนจะขยับไปยืนห่างๆวิทยากรผู้บรรยาย มือที่ถือรีโมตคอนโทรลยกขึ้นมาลูบต้นแขนตัวเองเบาๆ สัมผัสอันแนบชิดเมื่อครู่ทำให้นึกไปถึงเรื่องราวเมื่อครั้งนั้น ภาพเหตุการณ์ต่างๆตามมาหลอกหลอนจนอูยองอยากจะวิ่งไปเข้าห้องน้ำแล้วโก่งคออาเจียนเอาทุกสิ่งอย่างออกมาให้หมด

 

 

“น่าขยะแขยง” สบถขึ้นมาเบาๆก่อนจะเบือนหน้าหลบคนที่เลิกคิ้วมองราวกับจะตั้งคำถามว่าเขาพูดอะไร  “เชิญบรรยายได้แล้วครับ ทุกคนรออยู่” ใบหน้ากลมเชิดขึ้นอย่างถือดี

 

"โคอาล่าน้อยน่ารักดีนะครับ" เสียงหัวเราะดังไปทั่วห้องประชุม จุนโฮยิ้มขณะโอบเอวดึงอูยองเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง "ผมว่าเราเริ่มกันเลยดีกว่า.."

 

 

ร่างสูงก้าวเฉียงไปทางซ้ายเพื่อไม่ให้บังจอภาพ ปากก็บรรยายถึงกฎหมายคุ้มครองสัตว์ของประเทศต่างๆ นักศึกษาบ้างจดมือเป็นระวิงบ้างเปิดเอกสารอ่านตาม เกร็ดความรู้หลายเรื่องถูกเพิ่มเติมให้เผื่ออาจารย์ถามในข้อสอบ

 

 

มือหนาเอื้อมมือมาแตะเอวบางแทนการบอกให้เปลี่ยนสไลด์เป็นระยะๆ ปลายนิ้วสัมผัสเสื้อสูทเท่านั้นไม่มีอะไรล่วงเกิน สายตามุ่งมั่นและท่าทางจริงจังของจุนโฮผิดแผกไปจากอากัปกิริยาสบายๆก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง อูยองยืนมองใบหน้าหล่อเหลา เนื้อหาการบรรยายไม่ได้เข้าไปสู่การรับรู้เลยแม้แต่นิดเดียว

 

แม้ใจไม่อยากจะเชื่อว่าคนร้ายกาจคนนั้นจะเป็นคนคนเดียวกันกับผู้ชายที่กำลังเอาจริงเอาจังกับการบรรยายความรู้ในครั้งนี้ แต่จากที่สายตามองเห็นก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคือคนคนเดียวกัน อูยองเผลอมองอีกฝ่ายอยู่นาน จนเมื่องอีจุนโฮเดินมาแตะลงบนเอวเขาจึงได้สติ ร่างสูงหันไปบอกนักศึกษาที่นั่งอยู่ว่าพักเบรกทำธุระส่วนตัว 15 นาที อูยองวางรีโมทลงบนโต๊ะ เพื่อจะออกไปจากบรรยากาศที่ชว