[Co-Fic] Invisible Chain : ch6

posted on 23 Apr 2012 00:03 by bigbang-fanfic in InvisibleChain
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 
 

Title: Invisible Chain

Author : kumameaw & tictoc13

Pairing : JunWoo

Rating : NC-17

Author note : เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งที่สมมติขึ้นมา 

 

 

 

 

Invisible Chain : Chapter 6

 

 

 

 

 

 

 

ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ  จุนโฮมองใบหน้าแดงก่ำของอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เขาอาจจะหูฝาดหรือได้ยินอะไรผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง คนที่ตั้งป้อมรังเกียจเขาอย่างจางอูยองน่ะหรือจะพูดอะไรแบบนั้น เป็นไปไม่ได้

 

 

 

"อะไรนะ?" ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

 

 

 

อูยองถลึงตาใส่ด้วยความหงุดหงิด เขาไม่ใช่คนที่จะมาพูดอะไรที่น่าอายแบบนี้หรอกนะ แล้วกว่าเขาจะรวบรวมความกล้าและพูดออกไปได้ ทำไมอีจุนโฮถึงไม่ตั้งใจฟังด้วยเล่า!

 

 

“ถ้าคุณยังถามผมอีก ผมจะไม่ดีฟคิสกับคุณ!” ใบหน้าแดงเถือกของอูยองเชิดขึ้นและมองตรงไปข้างหน้า แม้จะแสดงท่าทีที่แข็งกระด้าง แต่ตอนนี้จางอูยองแทบจะพุ่งลงจากรถด้วยความอาย

 

 

ใบหูค่อยๆกลายเป็นสีแดงก่ำ ใบหน้าคมซับสีเลือดรู้สึกเขินแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าก็เพียงชั่วขณะ เมื่ออูยองหันมาจุนโฮก็กลับมาเป็นคนเผด็จการแสนเย็นชาดังเดิม  นัยน์ตาสีนิลคมกริบจ้องมองร่างบางเหมือนจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว

 

 

เปิดไฟฉุกเฉินหมุนพวงมาลัยไปทางขวาเท้าแตะเบรก หากมองภายนอกคงเหมือนเล็กซัสคันนี้เกิดเสียเลยแวะจอดริมถนน

 

 

 

"เริ่มสิ"

 

 

 

ร่างบางลอบกลืนน้ำลาย หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ยิ่งมองสบตากับอีจุนโฮก็พาลมือไม้อ่อน ตอนนี้อูยองรู้สึกเหมือนแก้มตัวเองกำลังจะระเบิด แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วยังไงเขาก็คงต้องทำ

 

 

มือเล็กทั้งสองข้างเอื้อมไปประคองใบหน้าได้รูป แววตาไหวระริกช้อนมองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งกลัว ทั้งสับสน เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ จนกระทั่งรับรู้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายปะทะที่ผิวแก้ม ปิดเปลือกตาลงแล้วโน้มใบหน้าอีกฝ่ายลงมา

 

 

ริมฝีปากบางประกบลงไปช้าๆ ความอุ่นนุ่มของกลีบปาก สัมผัสกันและกันในที่สุด

 

 

 

"แบบนี้ไม่เรียกดีพคิสหรอกนะ" ร่างสูงกระเซ้าเมื่อคนตัวเล็กถอนริมฝีปากออกแทบจะทันท่วงที "แค่ปากแตะปากเท่านั้นเอง" เลื่อนไปกระซิบริมหูหยอกเย้าร่างบางที่กำลังตัวสั่น เขาอยากเป็นฝ่ายเริ่มก่อนใจจะขาด แต่ถ้าเขาเป็นฝ่ายเริ่มเขาคงต้องไล่ต้อนอูยองไปตลอดชีวิต

 

 

"ดีพคิสต้องใช้ลิ้นด้วยนะ" 

 

 

ใบหน้ากลมแดงก่ำ อูยองอยากจะบีบคอร่างสูงที่ทำแววตาล้อเลียนกันนัก แค่นี้เขาก็อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี คนตัวเล็กกว่าทำหน้างอง้ำด้วยความไม่พอใจ ที่อีจุนโฮทำตัวเหมือนได้คืบจะเอาศอก ถอนหายใจระบายความกดดันออกจากอก แล้วสูดหายใจเข้าไปลึกๆอีกครั้ง ทำเป็นไม่สนใจเสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่าย

 

ริมฝีปากประกบลงไป กดเน้นย้ำหนักบ้างเบาบ้าง ลิ้นชื้นค่อยๆละเลียดบนริมฝีปากได้รูป ก่อนจะตวัดแผ่วเบาราวกับจะอ้อนขออนุญาตเข้าไปข้างใน

 

ร่างสูงครางเสียงต่ำขณะปล่อยให้ร่างบางเป็นฝ่ายชักจูง ดีพคิสแบบไร้เดียงสากระตุ้นอารมณ์เขายิ่งกว่าคิสสุดช่ำชองจากคนอื่นเป็นไหนๆ  แกล้งหดลิ้นหนีลิ้นนุ่มที่สอดเข้ามาในโพรงปาก ร่างบางช้อนตามองเชิงไม่พอใจเมื่อถูกแกล้ง ปลายลิ้นแตะสัมผัสชั่ววูบอีกฝ่ายก็คอยแต่จะเขยิบหนีเรื่อยไป

 

แขนแกร่งเลื่อนโอบรั้งร่างบางมาแนบกาย อยากดึงคนตัวเล็กมากอดรัดใจจะขาดแต่ทำไม่ได้เพราะอยู่บนรถ เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของเขาอย่างกล้าๆกลัวๆทว่านั่นก็มากพอที่จะทำให้หัวใจของอีจุนโฮเต้นแรง

 

 

 

"ไล่ต้อนฉันให้มากกว่านี้สิ" กระซิงเสียงพร่าเมื่ออูยองถอนริมฝีปากออก จ้องมองกลีบเนื้อสีสดอย่างอาวรณ์ "ไล่ต้อนฉันให้มากกว่านี้...จางอูยอง ต้อนให้ฉันจนมุมด้วยริมฝีปากของนาย"

 

 

“ไม่เอา..” เสียงหวานกระซิบเบาหวิว ก้มหน้าลงไปกล้าสบตา แค่นี้เขาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว รสจูบเมื่อครู่ก็สร้างความปั่นป่วนให้กับตัวเองจนอูยองเริ่มกลัวว่าจะเผลอไผลไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนจนลืมตัวตนไปอีกครั้ง

 

 

 

ร่างเล็กนั่งนิ่งๆในอ้อมกอดของอีจุนโฮ ไม่กล้าสบตา อีกทั้งอยากจะเอามือปิดหู ไม่อยากได้ยินคำอ้อนขอ เพราะกลัวว่าจะใจอ่อนและยอมทำตามจนอีกฝ่ายได้ใจ

 

เชยใบหน้าหวานให้เงยขึ้นสบตา แค่จูบจางอูยองก็ทำให้เขาคลั่งได้เสียแล้ว  ริมฝีปากกระตุกยิ้มเมื่อนึกได้ถึงคำต่อว่าที่คนตัวเล็กให้ไว้เมื่อครั้งแรกที่พบกัน สงสัยเขาจะเป็นพวกอดอยากมากตัณหาอย่างคนตรงหน้าว่าจริงๆ

 

 

 

แต่เป็นกับอูยองแค่คนเดียว..

 

 

 

ทั้งอยากแกล้งอยากรังแกอยากทำให้หน้าขาวแดงก่ำและร้อนผ่าว ทว่าสิ่งที่กระทำออกไปมีเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาและน้ำเสียงออดอ้อน

 

 

 

"นะครับ....คนดี"

 

 

 

ใบหน้ากลมส่ายไปมาช้าๆ ตอนนี้อูยองรู้สึกร้อนไปทั้งหน้า คนเจ้าเล่ห์ยังไงก็ยังเจ้าเล่ห์อยู่วันยังค่ำ อีจุนโฮมาไม้นี้อีกแล้ว ใช้คำพูดนุ่มนวลอ่อนหวานมาไล่ต้อนกันให้จนมุม อูยองเป็นคนขี้ใจอ่อน เขาพ่ายแพ้ต่อคำออดอ้อนของทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม เขาเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ เกลียดแม้กระทั่งในสิ่งที่กำลังจะทำต่อจากนี้ด้วย

 

 

 

“อีกครั้งเดียวเท่านั้นนะครับ”

 

 

 

เมื่ออีกฝ่ายยิ้มตอบกลับมา อูยองจึงจูบอีจุนโฮอีกครั้ง..

 

 

อีจุนโฮกลายเป็นพวกโลภมาก เขาไม่อยากปล่อยอูยองเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทว่าหากหยุดรถไว้ข้างทางพร้อมเปิดไฟฉุกเฉินนานกว่านี้ล่ะก็อีกสักพักคงมีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งตำรวจหรือแวะมาจอดเทียบถามไถ่เหตุการณ์เป็นแน่

 

จำใจละสัมผัสออกห่าง มองร่างบางหน้าแดงก่ำขยับตัวไปนั่งจมอยู่บนเบาะตามเดิม ลมหายใจขาดห้วงเพราะได้รับอากาศในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จางอูยองยังจูบไม่เก่ง ยังไม่รู้วิธีผ่อนจูบเพื่อหายใจ แต่เขาไม่คิดจะสอนหรอกนะ

 

สองมือประคองพวงมาลัยขณะขับรถ เอ่ยถามร่างบางที่ยังคงนิ่งเงียบ

 

 

 

"นายอยากทานอะไรฉันจะพาไปทาน เพราะคืนนี้นายคงต้องใช้พลังงานเยอะกว่าปกติ" จงใจเน้นคำว่า 'คืนนี้' พร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก ต่อให้เอาช้างมาฉุดหรือเอาอะไรมาฟาดหัวเขาก็ไม่มีทางปล่อยอูยองไปอีกแน่นอน

 

 

 

ร่างเล็กเบิกตากว้างเมื่ออีกฝ่ายพูดจบประโยค ใบหน้ากลมที่ยังแดงระเรื่อหันขวับไปมองคนข้างๆทันที

 

 

 

“คุณนี่มันได้คืบจะเอาศอกชัดๆ! ผมจูบคุณแล้ว คุณยังจะเอาอะไรอีก” เป็นจางอูยองที่เริ่มไม่พอใจขึ้นมาก่อน อีจุนโฮไม่ต้องทำเป็นตบหัวแล้วลูบหลังกันหรอก แค่นี้เขาก็สับสนมากพอแล้ว ในเมื่อจูบกันแล้ว เขาก็อยากแยกย้ายกลับไปคิดทบทวนคนเดียวเงียบๆบ้าง แต่อีจุนโฮก็พูดราวกับว่าคืนนี้จะกักตัวเขาไว้ทั้งคืนยังไงยังงั้น

 

 

“ผมอยากกลับบ้าน” น้ำเสียงดื้อรั้นดังขึ้นจากร่างเล็กที่นั่งตัวตรงมองไปข้างหน้า อย่างน้อยอูยองก็อยากกลับไปที่บ้านตัวเองก่อน ตอนนี้เขาคงกินอะไรไม่ลง

 

 

"ถ้านายรังเกียจจนไม่อยากอยู่กับฉันขนาดนั้นล่ะก็...ก็ได้ ฉันจะไปส่งนาย บ้านนายไปทางไหนล่ะ" รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายเมื่อได้ยินคำต่อว่าจากอีกฝ่าย สุดท้ายแล้วจูบสำหรับจางอูยองคือทำเพื่อจะได้ไปให้พ้นจากเขาเสียทีสินะ

 

 

 

ในอกปวดหนึบโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดจนไม่อยากมองหน้าคนข้างกาย ถอนหายใจไล่ความหงุดหงิดทิ้งไป ถึงกระนั้นหัวใจยังคงเจ็บแปลบ รสจูบหวานล้ำกลายเป็นขมปร่า ทั้งขมทั้งฝาดติดลิ้นติดริมฝีปากจนไม่อยากนึกถึงอีก

 

 

 

อูยองก็คงคิดเช่นนั้นจึงได้รีบจูบเพื่อจะได้รีบไป 

 

 

 

เขาควรหายไปจากชีวิตของจางอูยองอย่างนั้นสินะ..

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

รถคันหรูจอดเทียบหน้าประตูรั้ว หลังจากที่อีจุนโฮบอกจะมาส่ง และเขาก็บอกทางมาบ้านให้อีกฝ่ายได้รับรู้ จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครพูดอะไรเลยสักคำ อูยองปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยออก นั่งก้มหน้านิ่งเงียบ รอให้อีจุนโฮปลดล็อคประตู ในห้องโดยสารของรถคันหรูถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบที่แสนอึดอัด

 

 

 

เงียบ จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน

 

 

 

"เกลียดฉันมากใช่ไหม" จุนโฮถาม สายตามองตรงไปข้างหน้าไม่ยอมมองคนที่ตนต้องการคำตอบ แค่เพียงอูยองตอบว่าใช่เขาพร้อมจะออกจากชีวิตของอูยองทันที  คำต่อว่ายังวิ่งวนอยู่ในสมอง ไม่ว่าจะพบกันกี่ครั้งสิ่งเดียวที่จางอูยองต้องการคือไปให้พ้นจากเขาเท่านั้น เขาควรเลิกตอแยเสียที

 

 

อูยองอึ้งกับคำถามของอีกฝ่าย เกลียด งั้นหรือ?

 

 

เกลียดสิ อูยองเกลียดอีจุนโฮ เกลียดที่อีกฝ่ายทำลายศักดิ์ศรีเขาจนย่อยยับ เกลียดที่อีกฝ่ายยัดเยียดความต้องการให้โดยที่เขาไม่เต็มใจ เกลียดที่อีกฝ่ายชอบบังคับและเอาแต่ใจตนเอง และเกลียดที่อีจุนโฮทำให้เขาสับสน

 

 

สับสนว่าอีกฝ่ายเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนเขารับมือไม่ถูก

 

 

แต่ตอนนี้จางอูยองเกลียดตัวเองมากกว่า เกลียดตัวเองที่บางครั้งก็รู้สึกดีและเคลิบเคลิ้มไปกับคำพูดและการกระทำที่นุ่มนวลของอีจุนโฮ เกลียดตัวเองที่หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่อีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆ เกลียดตัวเองที่สับสน จนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขากันแน่ จางอูยองไม่เข้าใจเลยจริงๆ!

 

 

ตอนนี้อีจุนโฮช่างมีอิทธิพลต่อเขามากเหลือเกิน

 

 

 

“ผมไม่รู้..” ตอบแผ่วเบาราวกับกระซิบ เพราะไม่รู้ว่าจะตอบไปยังไง ในเมื่อเขาก็ยังไม่แน่ในว่า ระหว่างเกลียดอีจุนโฮและเกลียดจางอูยอง สิ่งไหนที่มีอยู่ในใจมากกว่ากัน

 

 

"เกลียด หรือ ไม่เกลียด" ถามย้ำอีกครั้งเพราะต้องการคำตอบ คำสั้นๆคำเดียวเท่านั้นที่จะตัดสินว่าเขาควรทำอย่างไรกับจางอูยอง...ควรอยู่ใกล้หรือจากไป จางอูยองจะเล่นลิ้นไปเพื่ออะไรกัน ทีคำว่าเกลียดเขายังพูดออกมาได้แบบไม่ต้องคิดล่วงหน้าด้วยซ้ำ

 

 

“ผมไม่รู้! ก็ผมบอกว่าผมไม่รู้!” เขาไม่ได้จงใจจะถ่วงเวลาหรือเล่นลิ้นอะไรทั้งสิ้น จางอูยองไม่รู้จริงๆ ร่างเล็กกำลังตัวสั่น เขากำลังกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ทำไมอีจุนโฮถึงได้ชอบสร้างสภาวะกดดันและบีบบังคับกันอย่างนี้ด้วย

 

 

 

ใบหน้าคมฟุบลงกับพวงมาลัย เหนื่อยกับการถามความรู้สึกอูยองเต็มทน เขาไม่กล้าถามตัวเองเพราะกลัวคำตอบ หากคำตอบที่ได้คือเขารักจางอูยอง แล้วหากอีกฝ่ายเกลียดเขาเล่าเขาจะเป็นอย่างไร