[Fic] Darkness Surrounding : Ch11

posted on 17 Sep 2013 19:48 by bigbang-fanfic in DarknessSurrounding
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title :: Darkness Surrounding

Status :: 11 / ?

Author :: kumameaw

Paring :: Junho x Wooyoung

Genre :: Dark Comedy ,, Fantasy Fiction

Warning :: ทุกอย่างในเรื่องนี้ เป็นสิ่งสมมุติ

 

 

 

 

Note :: หายไปนานนนนนนมากกกกกก กลับมาแล้ว ตอนนี้เหมือนจะมีอะไรแต่ก็ไม่มีอะไร(?) สั้นด้วย...มั้ง T T

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Darkness Surrounding

Chapter 11 : Full moon shine

 

 

 

 

 

 

กิจกรรมในช่วงกลางวันเสร็จสิ้นลงแล้ว นักศึกษาทุกๆคนต่างก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวเพื่อมาทานข้าวและรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมดูดาวของชมรมดาราศาสตร์ในช่วงกลางคืน อีจุนโฮและจางอูยองเสนอตัวมาช่วยรุ่นพี่ติดตั้งกล้องโทรทัศน์หลายตัวที่ยกมาจากชมรมเพราะพวกเขามีความเชี่ยวชาญ แถมอีจุนโฮยังบอกว่ารุ่นนี้ที่บ้านตนก็มีรุ่นพี่จึงไม่ปฏิเสธ

 

วันนี้อูยองกับจุนโฮตัวติดกันทั้งวัน ตอนเดินป่าชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงก็คอยจับจูงมือ บ้างก็ถือโอกาสเนียนกอดเอวทำเป็นประคองกอดมนุษย์หมาป่าโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง แต่การกระทำทั้งหมดก็ตกอยู่ในสายตาเพื่อนๆจนใครหลายคนต่างก็อิจฉา

 

รุ่นพี่ปีสามหัวหน้าชมรมดาราศาสตร์กำลังติดตั้งกล้องโทรทัศน์ช่วยอูยองอย่างตั้งอกตั้งใจ รุ่นพี่หนุ่มคอยลอบมองเสี้ยงหน้าของรุ่นน้องเป็นพักๆ ถูกตาต้องใจในความน่ารักของอูยอง ในใจหวังจะตีสนิทสานความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

 

 

 

“เรียบร้อยแล้วครับ ที่เหลือก็อาจจะต้องปรับองศาตามแผนที่ดูดาว ส่องดาวที่อยากจะดู” อูยองเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้

 

“กล้องตัวนี้ พวกเราจะเอาไว้ส่องพระจันทร์เต็มดวงคืนนี้ต่างหาก น้องอูยองชอบคืนพระจันทร์เต็มดวงไหมครับ”

 

“ชอบสิครับ..” อูยองตอบ “..เพราะแสงจันทร์ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้ผมมีพลัง” กระซิบท้ายประโยคเสียงเบา จ้องมองเข้าไปในแววตาของรุ่นพี่ อูยองมองออก ว่าชายหนุ่มคนนี้หวังอะไรในตัวเขา แม้ไม่อ่านใจ

 

“พลัง? พลังอะไรเหรอครับ” รุ่นพี่หนุ่มขยับมาประชิด ก้มใบหน้าลงกระซิบข้างๆหูของอูยอง

 

 

ร่างเล็กผงะถอยอย่างรวดเร็ว ตวัดสายตามองด้วยความไม่พอใจ อูยองไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะถึงเนื้อถึงตัวเร็วขนาดนี้

 

 

“ขอโทษนะ!”

 

 

 

น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจนสองคนที่ยืนอยู่ก่อนหน้าหันไปมอง แวมไพร์หนุ่มมองหน้ารุ่นพี่ด้วยสายตาราวกับจะฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ อูยองถลาเข้าไปคว้าต้นแขนอีกฝ่ายเอาไว้ แม้จะรู้ว่าอีจุนโฮควบคุมตัวเองได้ดี แต่เขาก็ไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องผิดใจกัน พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้ว อูยองไม่อยากให้เกิดเรื่อง

 

 

 

“ผมขอตัวก่อนนะครับรุ่นพี่” อูยองก้มหัวให้คนอาวุโสกว่า ก่อนจะลากอีกฝ่ายออกไป แต่ทว่าร่างสูงก็ไม่ก้าวตาม

 

“ถ้านายอยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไป อย่า ยุ่ง กับ จางอูยอง!”

 

“จุนโฮ ไปกันเถอะ”

 

 

 

นัยน์ตาดุกร้าวถูกส่งออกไปอย่างไม่เกรงกลัว สีดำค่อยๆจางไปจากดวงตา จากดำเป็นเทา จากเทาเป็นสีน้ำตาลอ่อน ก่อนที่มันจะกลายเป็นสีแดงเพลิงจุนโฮรีบกระพริบตาลงพลางแสยะยิ้มให้กับมนุษย์ที่หาญกล้าจะแตะต้องของของเขา

 

แรงกระตุกที่ต้นแขนเรียกให้หันไปมอง จุนโฮโอบไหล่บางเข้าหา ก่อนจะพาอูยองออกไปจากที่ตรงนั้น ปล่อยให้รุ่นพี่ยืนขาแข็งเพราะความตกใจจนแทบก้าวขาไม่ออก

 

 

 

“นายอยากให้ทุกคนรู้ว่านายเป็นแวมไพร์รึไง”  อูยองสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง ก้าวเดินนำหน้าและบ่นอุบอิบไม่หยุด

 

“ฉันแค่ไม่อยากให้มันมาเข้าใกล้นาย”

 

 

 

อูยองหันกลับมามองร่างสูงที่ยืนห่างจากตนไปสามถึงสี่ก้าว ใบหน้ากลมบึ้งตึง ร่างเล็กถอนหายใจพลางกรอกตาไปมา หลายปีมานี้อูยองใช้ชีวิตปกติไปกับพวกมนุษย์ทั่วไป แต่อีจุนโฮกำลังจะทำให้สิ่งที่เขาพยายามรักษาสถานะทางสังคมมนุษย์พังลง

 

 

 

“ทุกคนมีสิทธิ์เข้าใกล้ฉันทั้งนั้น ฉันรู้ขอบเขตดี ใครที่เป็นมิตร ใครเป็นศัตรู ฉันอ่านใจพวกเขาออก ถ้าเขามาร้ายฉันก็ปลีกตัวออกห่างได้”

 

“แต่ไอ้บ้านั่น!!...”

 

“ฉันดูแลตัวเองได้!”

 

“แต่ฉันหวงนาย! ฉันหวง และห่วงนายเข้าใจไหม”

 

“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะจุนโฮ แต่ครั้งหน้าอย่าไปเผยสถานะตนเองให้คนอื่นรู้สิ ไม่เช่นนั้น มนุษย์กับอมนุษย์จะอยู่ร่วมกันลำบาก แค่ต้องย้ายถิ่นฐานเพราะความจำเป็นพวกฉันก็เหนื่อยมากพอแล้ว อย่าให้เราต้องถูกขับไล่ราวกับสิ่งที่น่ารังเกียจเลยนะ”

 

 

 

ร่างสูงก้าวขาไปหาคนตัวเล็กกว่า รั้งร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด กดใบหน้าซุกเข้าหาอกกว้างลูบศีรษะเล็กเบาๆ

 

 

 

“นายไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ” ...แม้เผ่าพันธุ์ของนายบางตัวจะน่ารังเกียจก็ตาม

 

 

 

ประกายตาแปรเป็นสีแดงเพลิงทอดมองออกไปยังลานกว้าง สายลมยามเย็นพัดโชยมา หัวใจที่เย็นชาและหยาบกระด้างกำลังสั่นคลอนราวกับมีชีวิต สิ่งที่ตนกำลังจะทำ มันเลวร้ายยิ่งกว่าการกระทำของเขาเมื่อครู่อีก และถ้าหากคนในอ้อมกอดรู้ความจริงทั้งหมด อีจุนโฮอาจจะถูกเกลียดไปตลอดชีวิต

 

ไม่น่าเลย.. ความรู้สึกบางอย่างมันไม่น่าเกิดขึ้น เขาน่าจะควบคุมมันได้อย่างที่ผ่านมา แต่กับอูยอง ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไร ความรู้สึกนี้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และมันทำให้เขาอ่อนแอ

 

 

ราชาปีศาจไม่ควรมีความรัก ยิ่งกับอมนุษย์น้อยที่มีโลหิตอันแสนวิเศษและจำเป็นต่อเขา อีจุนโฮยิ่งไม่ควรสงสารหรือห่วงใย

 

 

อีจุนโฮไม่ควรรักจางอูยอง

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

นักศึกษาทุกคนต่างก็ตื่นเต้นกับกิจกรรมดูดาวและพระจันทร์เต็มดวง นั่นถือเป็นโอกาสอันดีที่อูยองจะปลีกตัวออกมาที่เตนท์อย่างเงียบๆ ร่างเล็กถอดเสื้อคลุมกันหนาวและผ้าพันคอออก เขาต้องเหลือเสื้อผ้าให้น้อยชิ้นที่สุด เพราะเมื่อเขาเดินออกจากจุดการตั้งค่าย เขาจะต้องแปลงร่างเพื่อวิ่งกลับบ้าน

 

มีคนเดินมาที่เต้นท์นอนของเขาและรูดซิปประตูออก เป็นจุนโฮนั่นเองที่เปิดเข้ามา

 

 

 

“จะไปแล้วหรือ?”

 

“ใช่ ฉันต้องรีบไปแล้ว”

 

“วิ่งลัดป่าไปเลยเนี่ยนะ”

 

“มันเป็นทางที่ใกล้ที่สุด และฉันก็ถนัดที่สุด แถมไม่ต้องคอยระวังว่าจะมีคนมาเห็นด้วย กะว่าจะไปแปลงร่างตรงน้ำตกที่เราเคยพักกลางวันตอนเดินป่าน่ะ”

 

 

 

อูยองต้องวิ่งทางระยะใกล้ เพราะร่างกายเขาก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าไรนัก หากเขาวิ่งไปตามถนน อาจจะมีมนุษย์เจอเข้าก็เป็นได้

 

เมื่ออูยองทำธุระเสร็จเข้ากำลังจะออกจากเตนท์แต่ทว่ามือหนาก็คว้าต้นแขนเอาไว้ จุนโฮออกแรงดึงให้ร่างเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดก่อนจะก้มหน้าป้อนจูบอันเร่าร้อนจนอูยองไม่ทันตั้งตัว

 

 

“อื้อ...”  ร่างเล็กพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอด อูยองหอบหายใจเอาอากาศเข้าสู่ปอดพลางมองอีกฝ่ายตาขวาง อีจุนโอยังมีหน้ามายิ้มระรื่น ป่านนี้เพื่อนบางคนอาจจะสงสัยกันแล้วก็ได้ว่าพวกเขาสองคนหายไปไหน

 

“ฉันจะเบี่ยงเบนความสนใจของคนในค่ายให้เอง จะบอกว่า นายไม่สบายฉันเลยพากลับมานอนที่เตนท์ก่อนก็แล้วกัน”

 

“ขอบคุณ”

 

“นายจะไปกี่ชั่วโมง”

 

“ฉันจะกลับมาหลังเที่ยงคืน ลูกหมาป่าจะคลอดเที่ยงคืนตรง จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของฉัน เมื่อเสร็จธุระแล้วฉันจะรีบกลับมา”

 

 

จุนโฮพยักหน้าเข้าใจ

 

 

 

อูยองออกจากเตนท์ไปแล้ว เขายังนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตาเรียวมองลอดม่านหน้าต่างเตนท์ออกไปด้านนอก พระจันทร์เต็มดวงดูสว่างไสวสวยงาม สาดแสงลงมาบนพื้นโลกให้มนุษย์ได้ยลความงาม และให้อมนุษย์ได้เพิ่มพลัง ริมฝีปากได้รูปแสยะยิ้ม

 

 

 

“สงสัยคืนนี้ต้องหาอะไรทำเสียแล้ว”

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

ด้วยความที่ออกแรงวิ่งด้วยความเร็วในระยะไกล เมื่อมาถึงบ้านตระกูลจาง แวร์วูฟขนสีขาวก็แทบจะกลายร่างเป็นคนในทันที

 

คิมมินจุนรีบวิ่งมาประคองคุณหนูตระกูลจางที่ค่อยๆกลายร่างเป็นมนุษย์ เขาสวมเสื้อผ้าให้อูยอง และนำน้ำเปล่าเย็นๆมาให้ดื่มแก้กระหาย

 

 

 

“ไหวมั้ยอูยอง พี่บอกแล้วว่าพี่จะขับรถไปรับก็ไม่เชื่อ”

 

“ไม่เป็นไรครับฮยอง พ่อกับแม่ และคนอื่นๆไปไหนกันหมดครับ”

 

“รออยู่หลังบ้านกันแล้ว ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วล่ะ”

 

“เกือบมาไม่ทันแน่ะ”

 

 

 

คิมมินจุนส่ายหน้าอย่างระอา เมื่ออูยองพูดมาด้วยใบหน้าระรื่น เอื้อมมือไปยีผมจนคนตัวเล็กกว่าหน้ายู่ ก่อนจะจูงมืออูยองเข้าไปพบทุกๆคนที่รออยู่นานแล้ว

 

 

จางอูยองวิ่งไปสวมกอดผู้เป็นพ่อเป็นแม่ และทักทายคนอื่นๆที่ตอนนี้บ้างก็อยู่ในร่างมนุษย์ บ้างก็อยู่ในร่างหมาป่า คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง เป็นคืนแห่งการออกล่า สมสู่ และเก็บพลังจากการอาบแสงจันทรา อูยองไม่อยากให้ทุกคนต้องเสียเวลา เขาจึงเริ่มทำหน้าที่ของลูกชายผู้นำตระกูล และมนุษย์หมาป่าผู้มีพลังพิเศษ

 

 

 

“ในคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งนี้ ผมขอให้ทุกๆคนโชคดี และได้โปรดอย่าลืมกฏของพวกเรา เราเป็นเผ่าพันธุ์ที่หลุดพ้นจากการจองจำหลุดพ้นจากการเป็นทาส เราเป็นเผ่าพันธุ์ที่รักอิสระ และเราจะไม่ทำร้ายใคร โดยเฉพาะมนุษย์ทั้งหลายที่เปรียบเสมือนเพื่อนผู้ให้ที่อยู่อาศัยของเผ่าพันธุ์เรา จงกลับมาอย่างปลอดภัย”

 

 

 

เมื่อสิ้นสุดคำอวยพร ทุกคนในบริเวณนั้นต่างก็ก้มหัวให้จางอูยองแล้วแยกย้ายไปทำในสิ่งที่ตนต้องการ เหลือเพียงไม่กี่คนที่อยู่เฝ้าคฤหาสน์และเฝ้าท่านผู้นำทั้งสองซึ่งยังมีอาการเจ็บป่วยอยู่ ตอนนี้พระจันทร์เต็มดวงลอยอยู่ตรงศีรษะของอูยองพอดี เสียงหมาป่าที่กำลังคลอดลูกอยู่คนละที่ พร้อมใจกันหอนขึ้นเสียงดัง ทุกคนที่เหลือต่างภาวนาเอาใจช่วงให้ปลอดภัยกันทั้งแม่และลูก

 

 

 

“มินจุนฮยอง เราลงไปห้องใต้ดินก่อนดีกว่าครับ เหมือนแม่หมาป่าตัววนี้จะคลอดออกมาหมดแล้ว”

 

 

 

อูยองใช้สัญชาตญาณบวกกับการรับฟังที่เป็นเลิศคอยฟังเสียงชีพจรของหมาป่าที่อยู่บริเวณนี้ เขารับรู้ถึงชีวิตใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นมาอีกสามตัวอยู่ด้านล่าง ส่วนแม่หมาป่าอีกตัวที่ไปคลอดลูกแถวห้องโรงเก็บของก็ยังต้องพยายามเบ่งลูกทุกตัวออกมาให้หมดก่อน

 

จางอูยองและพี่เลี้ยงพากันเดินลงไปตามบันไดวนที่อยู่ชั้นใต้ดิน ผนังทุกส่วนเป็นอิฐเก่าแก่หากแต่แข็งแรง แสงไฟจากตะเกียงที่ส่องมารำไรทำให้อูยองรู้ว่าพวกเขาใกล้ถึงจดหมายปลายทางแล้ว

 

ลูกหมาป่าสีน้ำตาลเข้มสามตัวกำลังนอนเบียดเสียดเพื่อหาความอบอุ่น ผู้เป็นแม่พยายามเลียทำความสะอาดลูกๆอย่างตั้งใจ อูยองเดินยิ้มเข้าไปใกล้ๆ หมาป่าตัวเมียก้มหัวหมอบกับพื้นเพื่อทำความเคารพผู้ที่จะมามอบคำอวยพรให้ลูกๆของนาง

 

 

 

“น่ารักจัง”

 

 

 

อูยองยื่นมือไปหาแวร์วูฟน้อยทั้งสาม พวกมันพยายามแย่งกันเบียดตัวเข้าหาฝ่ามือของอูยอง ร่างเล็กหัวเราะคิกด้วยความพอใจ แม่หมาป่ากับลูกๆต้องอยู่ในร่างแวร์วูฟไปสักระยะเพื่อให้ผู้เป็นแม่รักษาตัวและลูกๆจะกลายร่างเป็นเด็กทารกได้ก็อีกประมาณสามสัปดาห์

 

 

 

“รีบอวยพรเถอะครับคุณหนู เสียงหอนจากฝั่งนู้นหยุดลงแล้ว คาดว่าจะออกมากันครบแล้วล่ะครับ”

 

 

 

อูยองพยักหน้าให้พี่เลี้ยงคนสนิท ก่อนจะอุ้มลูกมนุษย์หมาป่าเกิดใหม่ขึ้นมาพร้อมกันทั้งสามตัว

 

 

 

“ข้าคือจางอูยอง บุตรแห่งผู้นำ ข้าขอนำพรอันประเสริฐทั้งหลายทั้งปวงของเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่าของเรา มาสู่ลูกมนุษย์หมาป่าที่เพิ่งลืมตาดูโลกเหล่านี้ด้วยเถิด” 

 

 

 

หลังจากมอบคำอวยพรเสร็จอูยองก็คืนลูกมนุษย์หมาป่าให้แก่มารดาของพวกมัน จากนี้ไปพวกเขาคือส่วนหนึ่งของตระกูลจาง จะคอยติดตาม ปกป้องดูแล และสืบทอดเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่าต่อไป

 

อูยองกับมินจุนเดินขึ้นมาจากห้องใต้ดินและเดินต่อไปยังโรงเก็บของท้ายคฤหาสน์ จากนั้นอูยองก้ไปมอบคำอวยพรให้แก่ลูกมนุษย์หมาป่ากำเนิดใหม่อีกสองตัว ภารกิจสำคัญของนายน้อยตระกูลจางได้สิ้นสุดลงเมื่อเวลาล่วงเลยไปใกล้จะถึงตีหนึ่ง อูยองเดินไปบอกลาบิดาและมารดาเพื่อกลับไปค่ายต่อ เพราะตอนนี้เขาหนีออกมาโดยที่ไม่มีใครรู้ยกเว้นอีจุนโฮ

 

คิมมินจุนยืนยันจะขับรถไปส่งอูยองที่ค่ายแต่อูยองบอกไม่เป็นไร เขาวิ่งกลับไปในร่างแวร์วูฟจะรวดเร็วกว่า แถมไปถึงจะไม่ต้องตอบคำถามรุ่นพี่ในค่ายอีกว่าเขาหายไปไหนมา

 

 

 

“ต่อให้พี่หว่านล้อมและอ้อนวอนยังไงเราก็จะไม่ยอมให้พี่ไปส่งใช่ไหม” มินจุนยืนคุยกับอูยองอยู่หน้าประตูรั้วคฤหาสน์

 

“ผมไปเองได้จริงๆครับ พอไปถึงแล้วจะรีบเข้านอนเลย โอเคมั้ยครับ”

 

“ก็ได้ครับคุณหนูจางอูยอง” 

 

 

 

คนเป็นพี่เลี้ยงลูบแก้มคุณหนูของตนเบาๆจนอูยองหลับตาพริ้ม ก่อนจะยืนรอรับเสื้อผ้าที่อูยองถอดออก ร่างกายขาวเนียนต้องแสงจันทร์มองแล้วน่าหลงใหลชวนให้สัมผัส แต่คิมมินจุนรู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์แตะต้องอูยองได้มากกว่าเกินไปกว่าทุกวันที่เป็นอยู่อีกแล้ว ร่างเล็กค่อยๆกลายร่างเป็นแวร์วูฟหนุ่มสีขาว อูยองน่างนี้ดูปราดเปรียวและสง่างามที่สุดในบรรดาแวร์วูฟที่มินจุนเคยเจอมา

 

พระเจ้ามอบความสวยงามและพลังพิเศษให้อูยอง แต่นั่นมันก็เหมือนดาบสองคมที่สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นตัวล่ออมนุษย์ตนอื่นมาทำลายอูยอง

 

 

 

“ขอให้โชคดีนะอูยอง”

 

 

 

แวร์วูฟสีขาววิ่งหายไปในความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์ส่องนำทาง

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

เมื่อแวร์วูฟสีขาววิ่งมาถึงสวนรุกขชาติชอลลานัม อูยองก็ตรงไปยังธารน้ำตกที่ตนใช้เป็นที่แปลงร่างก่อนไป เขาคาบเสื้อผ้าที่พับไว้ตรงข้างก่อนหินริมน้ำตกออกมาแล้ววางมันลง แวร์วูฟสีขาวกำลังเหนื่อยล้ากับการวิ่งไปกลับบ้านมาที่นี่ อูยองที่อยู่ในร่างของแวร์วูฟนั่งลงบนโขดหินแล้วแหงนดูพระจันทร์เต็มดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า มันสว่างไสว เจิดจ้า และทรงพลัง

 

อูยองหลับตาแล้วสวดคาถาที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กในใจ ขนสีขาวพริ้วไหวไปตามลม เมื่อแสงจันทร์สาดส่องมันกำลังทอประกายดุจมีเพชรเม็ดเล็กๆนับล้านประดับประดาอยู่บนตัวอูยอง สว่างจ้า หากแต่งดงาม

 

แวร์วูฟสีขาวลืมตาขึ้นมาพบว่าดวงตาสีน้ำตาลเข้มของตนแปรเปลี่ยนเป็นสีเดียวกันกับเพชรแล้ว อูยองก้มมองตนเองในธารน้ำ เขาแปลงร่างได้สมบูรณ์แล้วในคืนพระจันทร์เต็มดวงนี้ เพราะเขาได้รับพลังจากแสงจันทร์ แม้ร่างกายจะอ่อนแอแต่อูยองก็ฝึกการแปลงร่างเต็มตัวมาจากผู้เป็นบิดา แต่ด้วยขีดจำกัดของร่างกาย เขาก็ยังแปลงร่างอยู่ได้ไม่นาน

 

 

 

“เฮือก!!”

 

 

 

อูยองที่กลับคืนสู่ร่างมนุษย์อย่างฉับพลันทรุดลงบนโขดหิน ร่างเปลือยเปล่าหอบหนักแต่เขากลับมีความสุขที่ตนได้แปลงร่างอย่างสมบูรณ์

 

 

 

“ทุกคนน่าจะนอนกันหมดแล้ว ไหนๆก็เหนื่อยขนาดนี้ขอแช่น้ำเย็นๆก่อนแล้วกัน”

 

 

 

พูดจบก็พาร่างเปลือยเปล่าลงสู่ธารน้ำ อูยองขยับห่างออกจากโขดหินเพื่อจะแช่น้ำให้ลึกกว่าเดิม พลังเขากลับคืนมาบ้างแล้วเมื่อตอนอาบแสงจันทร์ แต่ก็ยังมีไม่มากพอให้กลายร่างอย่างสมบูรณ์ได้นาน เป็นเพราะขีดจำกัดของร่างกายเขาเอง

 

น้ำเย็นช่วยชะล้างความเหนื่อยล้า มันทำให้อูยองสดชื่น และเขาก็กำลังเพลิดเพลินกับการได้ว่ายน้ำไปมาในธารน้ำตก กลางป่าและกลางดึกเช่นนี้ช่างเงียบสงบนัก นานๆอูยองจะได้พักผ่อนแบบนี้เพียงลำพังสักที เมื่อว่ายน้ำจนพอใจแล้ว ร่างเล็กก็มานั่งแช่ในน้ำใกล้โขดหิน แผ่นหลังบางพิงโขดหินไว้ใบหน้าขาวเนียนแหงนมองดวงจันทร์บนท้องฟ้า บัดนี้มันเคลื่อนตัวไปจากตำแหน่งเดิมแล้ว แต่ความงดงามก็ยังไม่ลดหาย

 

 

 

“อะไร?”

 

 

 

จางอูยองตกใจพลางหันซ้ายหันขวา เขาได้ยินเสียงบางอย่างใกล้ๆ เหมือนจะเคลื่อนตัวลงมาในน้ำ ด้วยประสาทสัมผัสทางการได้ยินเป็นเลิศแม้บางอย่างนั้นจะเคลื่อที่ช้าและเงียบเพียงใดเขาก็ได้ยิน แต่มันกลับหายไปแล้ว

 

 

อาจจะเป็นสัตว์ป่ามาดื่มน้ำตอนกลางคือ หรือสัตว์เลื้อยคลานที่เลื้อยลงน้ำก็เป็นได้ ร่างเล็กคิดในใจ แต่...

 

 

 

“เฮ้ย!..อ่ะ...อื้อ!!..”

 

 

 

เหมือนมีบางอย่างอยู่ใต้น้ำแล้วคว้าข้อเท้าเขาแล้วฉุดดึงลงสู่ใต้น้ำด้วยความเร็วจนอูยองตั้งตัวไม่ทัน ร่างเล็กพยายามตะเกียกตะกายและดิ้นหนีขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ก็โผล่ขึ้นมาได้ไม่ทันไรก็ถูกกระชากลงไปอีก แต่ครั้งนี้อูยองดิ้นไม่ได้เพราะร่างทั้งร่างถูกรวบกอดเอาไว้ด้วยอ้อมแขนของใครบางคน

 

ทันทีที่ทั้งคู่โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำพร้อมกัน อูยองก็สำลักน้ำอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะออกแรงดิ้นใต้น้ำมาเกินไป มือเล็กลูบน้ำออกจากใบหน้าก่อนจะมองดูว่าใครกันถึงกล้ามาทำกับเขาแบบนี้

 

 

 

“อีจุนโฮ!!”

 

“กะจะมาแช่น้ำเล่นซะหน่อย ไม่นึกว่าจะมาเจอนางเงือกกลางป่าแบบนี้ คิดถูกที่หนีค่ายออกมา”

 

“ไอ้บ้า! ปล่อยนะ นายทำฉันตกอกตกใจหมด!” อูยองพยายามทุบอกและผลักร่างของอีกฝ่ายออกแต่อีจุนโฮก็ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย แถมยังกอดเขาแน่นกว่าเดิมอีก จนตอนนี้ร่างเปลือยเปล่าของพวกเขาเบียดชิดสนิทกันอยู่ในน้ำ

 

“ขวัญเอ๋ยขวัญมา เห็นนายว่ายน้ำเป็นเงือกน้อยย่างมีความสุขเลยไม่อยากรบกวน แต่ฉันทนไม่ได้แล้วเพราะนายดูดีมากในคืนนี้”  จุนโฮกวาดสายตามองอูยองไปทั้งร่าง

 

“ลามก! ปล่อยฉัน ฉันจะกลับ!”

 

“เดี๋ยวสิ อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนไม่ได้หรือไง” ใบหน้าคมก้มลงมากระซิบแนบใบหู มือหนาที่ตอนแรกกอดไว้เฉยๆเริ่มเลื้อยลงไปสัมผัสผิวขาวนุ่มเบื้องล่าง จุนโฮได้ยินเสียงหอบหายใจจากอีกฝ่ายแล้วกระตุกยิ้ม

 

“ไม่เอา..ป..ปล่อย”

 

 

 

ไม่รอให้ร่างเล็กปริปากทักท้วงอะไรอีก แวมไพร์หนุ่มก้มหน้าลงมอบจุมพิตหวานให้มนุษย์หมาป่าท่ามกลางสายน้ำและแสงจันทร์ จางอูยองที่ยังไม่ทันตั้งตัวได้แต่พยายามเบี่ยงหน้าหลบ จุนโฮเลื่อนมือไปล็อคท้ายทอยขาวไม่ให้ขยับ จากนั้นก็สอดลิ้นเข้าไปทักทายลิ้นเล็กภายในโพรงปาก อูยองหมดแรงทิ้งตัวลงบนอกเปลือยเปล่า เขาไม่มีทางดิ้นหนีได้แล้ว

 

ใบหูสีขาวโผล่มาจากกลุ่มผมเมื่ออารมณ์ถูกปลุกเพราะรสจูบเร่าร้อน อีจุนโฮยิ้มอย่างพอใจก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า จุมพิตฉุดรั้งสัญชาตญาณความต้องการของอมนุษย์ให้ลุกขึ้น พวงหางสีขาวสะบัดไปมาอยู่ใต้น้ำ อีจุนโฮพาร่างเล็กไปยังโขดหิน

 

แวมไพร์หนุ่มช้อนร่างบางที่กำลังเคลิ้มไปกับรสจูบขึ้นจากน้ำไปวางบนโขดหินขนาดใหญ่ที่มีเสื้อผ้าวางกองอยู่ อูยองตกใจได้สติแต่ทว่าก็ดิ้นหนีไม่ได้เพราะชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงเองก็ขึ้นมาทาบทับร่างเขาไม่ให้ไปไหน

 

 

 

“จุนโฮ...”

 

“นายเชื่อใจฉันไหม เผ่าพันธุ์ของฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากใครมากมาย ไม่ได้ต้องการความรัก ไม่ได้ต้องการความสงสารเห็นใจ ไม่ได้ต้องการศรัทธาหรือลาภยศ แต่สิ่งที่เราต้องการมีเพียงความเชื่อใจ นายจะเชื่อใจฉันได้ไหมจางอูยอง”

 

 

 

ดวงตาคมกริบจดจ้องลงมาทำเอาอูยองนิ่งงัน

 

 

 

“ต...แต่ แต่ฉันเป็นมนุษย์หมาป่า และ..และนายเองก็เป็นแวมไพร์..”  ที่เป็นคู่ชีวิตของฉัน  อูยองคิดในใจ

 

“นั่นมันไม่ได้สำคัญอะไรเลย ต่อให้นายเป็นเงือก เป็นพราย หรือเป็นมนุษย์ธรรมดา เพียงเราเชื่อใจกัน แค่นั้น”

 

 

 

แววตาของอูยองมีท่าทีลังเล ชายหนุ่มเลื่อนมือลูบไล้แผ่วเบาตามแผ่นอกกบาง เลื่อนมาจนถึงตำแหน่งของหัวใจ ก่อนเนื้อภายในเต้นตุบเร็วรัว อีจุนโฮเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เป็นแวมไพร์โดยกำเนิด ดังนั้นก้อนเนื้อในอกซ้ายของเขามันไม่เคยมีชีวิตเลย ใบหน้าคมก้มลงจูบบนอกซ้ายของคนใต้ร่าง อูยองสั่นสะท้านและยิ่งริมฝีปากเลื่อนมาครอบครองยอดอกสีชมพูเสียงหวานครางเครือดังขึ้นแผ่วเบา

 

 

 

“ฉัน...อื้อ...ฉัน...เชื่อใจนาย”

 

 

 

ฉันเชื่อใจนายตั้งแต่ฉันรู้ว่านายคือคู่ชีวิตของฉันแล้ว 

 

โชคชะตาผูกวิญญาณของเราเอาไว้ด้วยกันตั้งแต่ฉันลืมตาดูโลก ทันทีที่ฉันกำเนิดขึ้นมา ฉันก็เป็นของนาย เป็นของนายคนเดียว อีจุนโฮ 

 

 

 

เมื่อสิ้นสุดประโยคริมฝีปากก็ถูกครองครองอีกครั้ง จูบครั้งนี้นุ่มนวลอ่อนหวานค่อยๆเป็นค่อยๆไป อูยองเลื่อนแขนโอบรอบคอคนบนร่าง ใบหน้าคมเลื่อนลงมาจูบตรงซอกคอหอมกรุ่น ดูดดึงผิวเนื้ออ่อจนเกินรอย ซุกไซร้ลงมายังไหปลาร้า ริมฝีปากกดจูบไปทั่วบริเวณ

 

 

 

“อ๊ะ!..”

 

 

 

อูยองเผอแอ่นกายเข้าหาจนแนบชิดเมื่อมือหนาเลื่อนไปยังสะโพกด้านหลัง จุดอ่อนของเขาที่อีจุนโฮรู้ดี หากแต่ครั้งนี้ร่างสูงมิได้สัมผัสเพื่อกลั่นแกล้งเหมือนคราวที่แล้ว อีจุนโฮบีบคลึงโคนหางที่ติดกับสะโพกของอูยองไปมา เบาบ้างหนักบ้างจนอูยองเผลอร้องครางลั่น อารมณ์เขาถูกปลุกจนไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป

 

พวกเขาเป็นอมนุษย์ การสมสู่หรือร่วมรักไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงกฏเกณฑ์มากมายเฉกเช่นมนุษย์ทั่วไป พวกเขาต่างก็ทำตามความต้องการและสัญชาตญาณของการดำรงชีวิตคู่

 

 

 

“จุนโฮ..ได้โปรด..”

 

 

 

เรียวขาถูกแยกออกจากกัน ใบหน้าคมพรมจูบทั่วทั้งแผ่นอกที่กำลังกระเพื่อมหอบ เรียวลิ้นหมุนวนรอบสะดือ อูยองหอบหายใจหนัก ความต้องการตีรวนขึ้นมายังสมอง ทันทีที่อีจุนโฮครอบครองความต้องการของเขาด้วยริมฝีปาก จางอูยองครางเครืออย่างสุขสม มือเรียวขยำลงบนกลุ่มผมสีแดงเพลิงอย่างพึงพอใจ

 

อีจุนโฮเหลือบมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของร่างบางแล้วกระตุกยิ้ม เพิ่มจังหวะและความหนักหน่วงให้ร่างด้านใต้จนสะโพกลอย ชายหนุ่มผละริมฝฝีปากออกนั่งมองร่างขาวเนียนบิดกายไปมาด้วยความทรมาน ก็ไม่ได้อยากจะแกล้งหรอกนะ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ อูยองน่ารักน่าแกล้งออกขนาดนี้ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างก็อย่ามาเรียกเขาว่าอีจุนโฮเลย

 

 

 

“นายเป็นมนุษย์หมาป่าที่ยั่วยวนที่สุดเลย มีแรงดึงดูดและน่าหลงใหล เคยรู้ตัวบ้างไหมอูยอง”

 

“จุนโฮ...อย่า..แกล้ง..”

 

“ฉันเปล่า”

 

 

 

ตอบกลับหน้าตาย ริมฝีปากแย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจ นิ้วเรียวหมุนวนอยู่ช่องทางด้านหลัง ก่อนจะค่อยๆขยับเข้าไปข้างใน

 

 

 

“อื้อ..”

 

“นายกำลังจะทำให้ฉันคลั่งแล้วรู้ไหม อยากจะกลืนกิน อยากจะขย้ำให้เป็นชิ้นๆ แต่อีกใจหนึ่งก็อยากจะทนุถนอมนาย อยากจะกอดนายเบาๆ ฉันควรทำอย่างไรกับนายดี หืม? กินเลยดีไหม?”

 

 

 

ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนไหล่หนา ใบหน้าอูยองแดงก่ำพลางหอบหายใจหนักขึ้นเมื่อนิ้วเรียวเพิ่มจำนวนขึ้น

 

 

 

“อื้อ..ตรงนั้น..หยุดนะ..อย่าแกล้งฉัน”

 

 

 

สองมือที่กำลังจะประทุษร้ายคนบนร่างถูกรวบขึ้นไว้บนศีรษะด้วยมือข้างเดียวของคนบนร่าง อีกข้างก็ยังปรนเปรอช่องทางด้านหลังเพื่อเบิกทาง ถึงแม้ว่าอยากจะขย้ำให้หนำใจแค่ไหน อีจุนโฮก็ไม่อยากทำให้อูยองเจ็บไปมากกว่านี้

 

นิ้วเรียวถูกถอนออก ขาซ้ายถูกยกขึ้นพาดบนไหล่หนา ร่างสูงก้มลงจูบบนหน้าผากมน ปลอบประโลมเพื่อให้อีกฝ่ายรอรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ แต่ก็ยังมิวายแกล้งล้อให้ได้อาย

 

 

 

“ตอนที่ฉันกำลังตักตวงความสุขจากร่างกายนาย อย่าเผลอกลายร่างเป็นหมาป่าล่ะ”

 

“ไอ้บ้า!...อื้อ!..”

 

 

 

ยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อว่า คนบนร่างก็สอดใส่ความเป็นบุรุษเพศเข้ามาข้างในจนอูยองต้องเกร็งร่างด้วยความเจ็บปวด อูยองเจ็บจนร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม ร่างบางกัดริมฝีปากแน่นเมื่ออีจุนโฮค่อยๆขยับเข้ามาจนสุด

 

ร่างสูงก้มลงจูบตรงขมับเพื่อปลอบประโลม อีจุนโฮยังไม่ขยับตัว แม้ความคับแน่นด้านในจะตอดรัดตัวตนเขาจนแทบคลั่ง หากเขารุนแรงอูยองก็จะเจ็บไปมากกว่านี้ พยายามจูบไล้และจูบปลอบขวัญจนอูยองลดอาการเกร็งลง ใบหูสีขาวลู่ลงอย่างน่าสงสาร รอจนอูยองหายใจเป็นปกติเขาจึงเริ่มขยับตัว

 

ความต้องการของอีกฝ่ายกำลังขยับเข้าออก อูยองจิกเล็บลงบนแผ่นหลังจนเขาได้ยินเสียงอีกฝ่ายครางฮือ อีจุนโอค่อยเป็นค่อยไปจนร่างกายอูยองเริ่มคุ้นชิน แม้จะยังเจ็บปวดแต่ทว่าความสุขบางอย่างก็แล่นปราดขึ้นมาจนอูยองเผลอร้องครางลั่น

 

สัมผัสแผ่วเบาเพิ่มเป็นความหนักหน่วง มนุษย์หมาป่าบิดเร่าอยู่ใต้ร่างของแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เสียงขยับกายและเสียงครางของทั้งคู่ดังระงม จังหวะรักเริ่มเร่าร้อนขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป อีจุนโอขยับกายถี่รัวฉุดรั้งให้คนใต้ร่างไต่สู่จุดสูงสุดไปพร้อมกัน อูยองหวีดครางครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะปลดปล่อยความต้องการออกมาจนเลอะหน้าท้องเขาพร้อมๆกับเขาปลดปล่อยความสุขสมเข้าไปในร่างของอีกฝ่ายเช่นกัน

 

จากเสียงครางเป็นเสียงหอบหายใจ อีจุนโอจูบซับน้ำตาให้คนใต้ร่างแผ่วเบา ตระกรองกอดร่างเล็กแนบอกพร้อมกับพลิกตัวให้อูยองมานอนพักอยู่บนร่างตนเอง

 

ร่างสูงถอดถอนกายออกไปแล้ว อูยองนอนหมดแรงอยู่บนตัวอีจุนโฮ หลับตาพริ้มเมื่ออีกฝ่ายลูบแก้มตนช้าๆ พวงหางสีขาวสะบัดไปมา ใบหูกระดิกรับริมฝีปากได้รูปที่กดจูบลงมาแผ่วเบา

 

 

 

“น่ารัก..”

 

 

 

จุนโฮกระซิบเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของอูยอง มือเรียวกำลังเลื่อนลงไปตรงโคนหาง แต่ทว่าอูยองรีบคว้าเอาไว้ ใบหน้ากลมเงยขึ้นสบตาพร้อมส่ายหน้าไปมา ดวงตาฉ่ำน้ำส่งประกายอ้อนวอน

 

 

 

“ไม่เอาแล้ว”

 

“ทำไมล่ะ นายไม่ชอบหรือ”

 

 

 

ใครให้มาถามแบบนี้กัน! อูยองตวัดสายตาขุ่นเคืองไปให้แต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายกลัว

 

แก้มกลมๆแดงก่ำทำเอาอีจุนโฮอยากจะแกล้งต่อเสียจริง ชายหนุ่มยกใบหน้าขึ้นไปสูดดมความหอมจากแก้มนิ่ม ปิดท้ายด้วยการจูบหน้าผากอย่างออดอ้อนเพื่อให้อีกคนเลิกทำหน้างอ

 

 

 

“พระจันทร์คืนนี้สวยจัง” อูยองพูดขึ้นพร้อมกับมองไปบนท้องฟ้า

 

“ใช่ สีนวลตา ส่องสว่างเจิดจ้าราวกับกลางวัน”

 

“ฉันชอบพระจันทร์สีนี้”

 

“อืม”

 

“แล้วนายล่ะ?” อูยองเงยหน้าขึ้นมาถาม

 

“ก็คงชอบมั้ง มันทำให้ฉันเห็นร่างกายนายชัดดี เซ็กซี่เป็นบ้า”

 

 

 

มือหนารีบขว้าข้อมือเล็กไว้ได้ทัน ก่อนที่กรงเล็บแวร์วูฟจะตะปบเข้าที่หน้าเขา อีจุนโอหัวเราะร่วนเมื่ออูยองหน้าแดงจนลามไปถึงใบหู

 

เขาไม่ค่อยชอบพระจันทร์สีนี้หรอก มันน่าเบื่อ เพราะคืนพระจันทร์เต็มดวงส่วนใหญ่ก็จะสีเหลืองนวลเช่นนี้ เห็นมาหลายร้อยปีจนรู้สึกชินชากับมันไปแล้ว

 

จุนโฮลูบไล้บนแผ่นหลังเนียน ขณะฟังอูยองบ่นเขาเบาๆ เขายิ้มบางๆเมื่ออีกฝ่ายเงียบไปและดูท่าจะกำลังเคลิ้มหลับ อูยองหมดพลังไปเยอะสำหรับวันนี้ เผ่าพันธุ์ที่ต้องการการนอนหลับเพื่อพักผ่อนและฟื้นฟูกำลังอย่างแวร์วูฟเมื่อใช้พลังไปมากก็คงง่วงนอนโดยไม่ต้องสงสัย

 

จังหวะการหายใจของอูยองเข้าสู่ภาวะปกติ เข้า-ออกสม่ำเสมอ ทำให้จุนโฮรู้ว่าคนบนร่างได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มปล่อยให้อีกฝ่ายนอนบนตัวเขาต่อไป ตาเรียวมองดวงจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า อีกไม่นานพระจันทร์สีที่อูยองชอบก็จะหายไป รุ่งอรุณของวันใหม่กำลังจะมาเยือน

 

 

 

 

 “ฉันชอบพระจันทร์สีนี้” 

 

“อืม” 

 

“แล้วนายล่ะ?” 

 

 

 

 

 

 

 

ฉัน.....ชอบพระจันทร์สีเลือด 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

Talk :: อะไร.... 55555555555555555555555+ ตอนนี้มันอะไรกัน เรื่องกำลังคึกคักค่ะ รอหน่อยนะ ดองฟิคหลายเรื่อง กำลังทยอยต่อค่ะ แล้วต้องแก้ไขชื่อพี่คิม ต้องแก้เป็นมินจุนให้หมด อย่างงกันนะคะ 5555555+ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

 

 

ปล.รออ่าน White flag ค่ะ มีคนบอกว่าถ้าเราต่อ DS ธงขาวตอนต่อไปก็จะมา 55555+

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อั๊ยย่ะพ่อแวมไพร์ กินน้องแวร์วูฟซะแล้ว
ต้องรับผิดชอบน้องยองนะคะ ว่าแต่รักน้องยองแบบนี้
จะจับน้องยองไปทำพิธีอะไรนั่นรึเปล่าอ่ะ

#7 By khundong on 2014-01-08 23:57

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ขอบคุณพี่เหมี่ยวที่มาต่อเรื่องนี้ด้วยนะคะ ดีใจๆๆ
ตอนนี้กำลังเข้มข้นๆๆ น้องหมาป่าโดนแวมไพร์กินซะแล้ว แอร้ยยยยยย จุนโฮนุ่มนวลแบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อยากรู้แล้วๆ จะเกิดพันธะอะไรแบบพี่คิมมั้ยยยยย อ๊ากกกกกกกก
อีจุนโฮคนเจ้าเล่ห์ บ้าๆๆๆ *ทุบไหล่รัวๆ   cry
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ไม่รู้ทำไม แต่นี่หลงอีจุนโฮมากอ่ะ โอยยยยยยยย ><

#6 By khunwoo (14.207.19.170) on 2013-10-14 20:25

กรี๊ดดดด ในที่สุดไรเตอร์ก็มาต่อแล้ว TT

อจฮ อ่อนโยนนมากกก ชอบบบบบบ

รอตอนนต่อไปนะฮะ  เป็นกำลังใจให้     

#5 By PP (118.172.235.124) on 2013-10-12 19:21

ไรท์กลับมาแล้ว จุดพลุฉลอง ปัง ปัง ปัง
เย้ย ไรท์กลับมาปุ๊บ คัวเอกได้กันปั๊บ
อั๊ยยะ ทันใจดีแท้ แม่ยกปราบปลื้ม
ฉันชอบพระจันทร์สีเลือด น้องโฮจะทำอะไรคะ?
มาต่อเร็วน๊าาาาาา เค้ารออยู่
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ในที่สุดลูกชั้นก็ได้แอ้มน้องแก้ม  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ หวานซ้าาาาาาาาาาาาาาาา
คิดถึงเรื่องนี้มากค่ะพี่เหมี่ยว นึกว่าจะไม่ต่อซะแล้ว  ดีใจฝุดๆๆๆๆๆๆ อิอิอิ
#กระโดดจุ๊บไรท์เตอร์

#3 By KhunAris (27.55.135.7) on 2013-09-18 21:04

อาตี๋แวมฯ ขี้โกงอ่ะ มาปลุกปล้ำกันในคืนวันเพ็ญ หลังจากทั้งหยอดทั้งป้อมานาน สุดท้ายก็เรียบร้อยแบบนุ่มนวลด้วย ชอบจังอูยองได้รับการทะนุถนอมจากอาตี๋ใจร้อน ว่าแต่ว่าหลังจากนี้ ชีวิตของอูยองจะเป็นอย่างไรต่อ ต้องตกเป็นทาส(รัก)แบบคุณพี่เลี้ยงหรือเปล่า  ถูกล่อลวงให้เสียสาวแล้ว ถ้ามีเบบี๋จะเป็นยังไง หมาป่าขนสีแดงตาสีเพลิง หรือจะเป็นแวมไพร์เผือกตาเพชร บอกตรงๆนะ พี่ลืมตอนก่อนอ่ะ ทีแรกคิดว่าต้องไปอ่านใหม่ แต่พออ่านตอนนี้แล้ว กลับจำได้ 555 มะเหมี่ยวเก่ง
ปล.ขอบคุณน้อง kumameaw ที่เขียนต่อให้อ่านนะคะ ขอให้จบทุกเรื่องนะ สาธุ แถมช่วยกัน ทวงฟิคด้วย 555 นอกจาก White flag ยังมีอีกเยอะเลยนะ cc.#1 อ่านงานของใครก็ไม่เหมือนของ kumameaw กับ tictoc 13 เลยจริงๆ คิดถึงที่สุด

#2 By tiew (10.148.3.43, 1.20.1.171) on 2013-09-18 14:04

ฉันนอนหลับไป ฉันตื่นมาและเจอคนเอาลิงค์มาโยนในกล่องเมนชั่น และ...

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แม่แหกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 11 ตอนหลานชายฉันเพิ่งจะได้แอ้ม แม่ย้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ใจง่ายมากอะไรมากนะน้องขาวอวบ เชรอะ เสียงจากคนริษยาเพราะน้องตัวเองโดนปล้ำ 

อะไรอะ ไม่แฟร์เลอ ทีน้องขาวอวบละอ่อนโย้นอ่อนโยน ทีกับท่านคิมมินจุนผู้แสนหล่อเหลากลับต้องโดนแวมไพร์ตาโหลย่ำยี ฮือออออออออออออออออออออ คนเขียนลำเอียงว้อยยยยยยยยยยย
 
อ่านไปนึกภาพหูกระดิกไป จะเอาหูกระดิกแบบนั้นในชานเคบ้างอะ ;-;

ว่าแต่ White flag นี่ฟิคใครวะ จำไม่ได้...

/me เอาฟิคจุนอู แดออบมาวางทิ้งไว้แล้ววิ่งหนีไป

#1 By tictoc13 on 2013-09-17 23:46