[SF] Peevish [HBD Seungri]

posted on 11 Dec 2009 20:32 by bigbang-fanfic

.

 

.

 

.

 

 

ถ้าใครได้อ่านฟิคเรื่อง Reconcile ในบล็อกพาราไดซ์มาก่อนก็จะดีค่ะ มันเกี่ยวโยงกันนิ๊สนึง (นิดๆๆจริงๆนะ T T)

[SF] Reconcile : CLICK!!

 

 

 

Title :: Peevish

Status :: Ficlet [ cause of Kiss scene in IRIS ] and maybe song fic too

Author :: kumameaw

Paring :: TOPTORY

Theme song :: ดีอย่างไร -  Jetseter

 

 

Note :: ฟิคปลอบใจลูก (ปลอบใจกูด้วย-  -) ฉากจูบทำกูร้าวรานมากไง หล่อนะ หล่อมาก หล่อชายในฝัน แต่ถ้ามึงจะจูบแบบนั้น เอาปืนไปยิงอีผู้หญิงคนนั้นเถอะ (อ้าว?) แต่ก็หักคอให้แล้ว แม่มะริ๊คงจะหายเคือง ฮ่าๆๆ

เราแถมาใส่วันเกิดน้องอย่างหน้าด้านๆ ด้านมากอ่ะกู T T

 

คำเตือน :: ฟิคเรื่องนี้ มันไม่มีอะไรเลย (จริงๆนะ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Peevish

Are you happy?

if you angry me that make you feel good ,right?

 

 

 

 

 

 

 

โกรธกันแล้ว ในใจของเธอ มีความสุขไหม..

..โกรธกับฉัน จะทำให้เธอ ดีใจใช่ไหม

 

 

 

 

“ซึงรี เดี๋ยว!!

 

“ไม่ต้องมาเรียก! จะไปตายที่ไหนก็ไปเลยไป!!

 

 

ปัง!!

 

ภาพเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ คู่เดิมๆ แม่งไอ้สามตัวที่เหลือก็นั่งมองตาปริบเหมือนเดิม

 

เชวซึงฮยอนยืนถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนอยู่หน้าห้องตัวเอง ก็จะอะไรซะอีกล่ะ หลังจากที่เมื่อคืนละครไอริสตอนที่ 14 ถูกออกฉายทางทีวี เรตติ้งถล่มทลาย สาวๆกรี้ดแตกกันลั่นบ้านลั่นเมืองไปเรียบร้อยกับฉากจูบของพ่อนักฆ่าหน้าหยก ไอ้คนที่มันได้รับบทนั้นก็งานเข้าน่ะสิ

 

..แฟนผมงอนอีกแล้วครับ

 

ครั้งนี้ดูท่าจะงอนแรงกว่าคราวที่แล้วด้วยนะ ผมหมายถึงในเทเลซีนี่ม่า 19  แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ก็นั่นมันงาน พอพูดด้วยก็โดนสวนกลับมาว่า

 

 

“ก็เข้าใจฮะว่างาน”

 

“แล้วซึงรีจะโกรธพี่ทำไม”

 

“ก็ใจคอพี่จะไม่บอกผมเลยใช่ไหมว่ามีฉากจูบ พี่จูบกับเธอมานานแล้ว แต่ผมเพิ่งมารู้เอาตอนที่ละครมันออกอากาศ เป็นพี่ พี่จะโกรธมั้ย ที่แฟนตัวเองไม่ยอมบอกว่าไปจูบกับผู้หญิงคนอื่นน่ะ!

 

“แล้วถ้าพี่บอกตอนนั้น เราจะโกรธมั้ยล่ะ?”

 

“.............................”

 

“นั่นไง...ซึงรี..”

 

“ไม่!..”  เอามือปิดหู  “..ไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น ผมไม่อยากจะพูดกับพี่แล้ว!

 

 

 

 

.......เอวัง -  -“

 

 

แล้วจะง้อยังไงดีวะเนี่ย?

 

เคสที่แล้วยังแค่เบาะๆ แต่เคสนี้เข้าตัวเอาเหตุผลมาอ้างว่าเขาจูบโดยไม่บอก พอถามว่าถ้าบอกจะโกรธกันไหม ดูจากสีหน้าแล้วซึงรีก็คงโกรธเขาอยู่ดี ตอนนี้เลยมานั่งเซ็งที่โซฟารับแขกกับพวกสามตัวที่เหลืออยู่นี่ไง

 

 

 

“แม่งเอ้ย! ยิงปืนใส่กบาลคนในหนังยังง่ายกว่าง้อซึงรีอีก!!

 

 

เฮืออออกกกกกกกกก...

อาการนั่งนิ่งเหมือนถูกแช่แข็งเกิดขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย น้องๆในวงสามคนที่เหลือกลืนน้ำลายดังอึ๊กหลังจากได้ยินคำสบถที่น่าหวาดเสียวนั้น

 

หวังว่าพี่ท่านคงไม่พาลเอาปืนมายิงกบาลพวกเขาหรอกนะ และแน่นอนทั้งสามเลือกที่จะนั่งเงียบเพราะไม่อยากตายก่อนวัยอันควร

 

เชวซึงฮยอนเหล่ตาโหดๆมามองไอ้สามตัวที่เหลือ

 

 

“เป็นอะไร! นั่งนิ่งเป็นอนุสาวรีย์ไปได้!!

 

 

อรั้ยยย จะตวาดทำไมล่ะครับ ถามดีๆก็ได้ ประโยคกวนส้นตีนแค่ไหนพวกผมจะตอบแน่ๆ แต่อย่าตวาดกันเลยนะขอร้อง แค่นี้ก็ฉี่จะราดอยู่แล้ว ใครๆก็รู้ว่า เวลาซึงฮยอนฮยองโกรธนั้นน่ากลัวแค่ไหน และถ้าหากสาเหตุมาจากแฟนตัวขาวน่ารักของพี่ท่าน ความโมโหโกรธายิ่งจะเพิ่มเท่าทวีคูณ

 

ก่อนเชวซึงฮยอนจะงาบหัวไอ้สามคนนี้จนขาดกระเด็น ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกมา สิ่งมีชีวิตทั้งสี่หันไปมองทางต้นเสียง ก็พบซึงฮยอนคนน้อง คนดีของซึงฮยอนคนพี่ เดินสะพายกระเป๋าเป้ขนาดย่อม คาดว่าภายในนั้นน่าจะมีเสื้อผ้าหรือไม่ก็อะไรสักอย่างที่บ่งบอกว่า คืนนี้ เจ้าตัวเล็กจะไม่นอนห้องพัก

 

 

 

“จะไปไหน?” เสียงพ่อนักฆ่าหน้าหยกถามขึ้น

 

“......................”  เงียบ... แฟนพ่อนักฆ่าของเราเพียงแค่เหล่ตามามอง และไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เดินไปใส่รองเท้า ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า .. “พี่จียงฮะ คืนนี้ผมจะไปค้างที่อื่นนะฮะ”  แค่นั้น ก็เดินออกไป

 

 

ยังไม่ทันที่พี่จียงของน้องจะได้ตอบอะไร พอซึงฮยอนคนน้องเปิดประตูออกไป ซึงฮยอนคนพี่ก็ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นวิ่งตามออกไปทันที

 

ใครก็ได้ สาบานกับลีดเดอร์คนนี้ทีมันจะตามไปง้อแฟนมัน หรือจะตามไปยิงทิ้งวะ ดูมันทำหน้าซินั่น ถ้ามีไรเฟิล ป่านนี้มันคงยิงน้องกูตายอนาจไปแล้ว

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

“หยุดอยู่ตรงนั้นนะอีซึงฮยอน ..ห้ามก้าวเข้าไปในลิฟต์”

 

“พี่จะห้ามผมทำไม”

 

“พี่เป็นแฟนเรา พี่มีสิทธิ์ที่จะห้ามเรา”

 

“...............”

 

“แล้วนั่นจะไปไหน”

 

“พี่จะรู้ไปทำไม”

 

“ก็เพราะเป็นแฟน พี่ก็ต้องมีสิทธิ์รับรู้ทุกอย่าง”

 

“แล้วทำไมผมถึงไม่รู้ล่ะฮะ ว่าพี่ไปจูบกับคนอื่น”

 

 

 

กิ๊ง!!~

 

โดนเข้าไปดอกใหญ่ เอาซะคนหล่อไปไม่เป็น ประตูลิฟต์เปิดออกมาพอดี รามกับจงใจมาทำเอฟเฟคประกอบ นี่แค่เห็นใบหน้าเศร้าของน้อง เชวซึงฮยอนก็ไปไม่เป็นแล้ว แต่นี่ทั้งน้ำเสียงตัดพ้อ ทั้งประโยคทิ่มแทงนั้นอีก เขาแทบจะดึงเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงซะให้ได้

 

 

 

“ซึงรี...พี่ว่า พี่อธิบายไปหมดแล้วนะ”  ทั้งสองซึงฮยอนเดินเข้าไปในลิฟต์ คนตัวเล็กเอื้อมมือไปกดลิฟต์ชั้นหนึ่ง

 

“พี่ลองมาเป็นผมดูบ้างไหมฮะ พี่ลองคิดถึงใจผมบ้างสิ”

 

“........ซึงรี”

 

“ผมจะกลับกวางจูสักสองวัน ยังไงก็ช่วงนี้ผมก็ไม่มีงานเหมือนใครบางคน” 

 

น้องก็ยังไม่วายจะเหน็บแนม “มะรืนนี้พี่ไม่มีงาน รอพี่ก่อน ไปพร้อมกันนะ”

 

“ไม่ล่ะฮะ ผมจะไปวันนี้”

 

“ให้พี่ขับรถพาไป..นะ”

 

 

 

มือหนาที่เอื้อมมากุมมือกันไว้ ทั้งสายตา น้ำเสียงกำลังจะทำให้ใจอ่อนแล้วเชียว แต่ครั้งนี้คดีมันใหญ่หลวง จูบหลายฉาก ทั้งกอด ทั้งบรรยากาศวิ้งๆในห้องครัว มันทำให้อีซึงฮยอนอินจัดไปหน่อย เลยโมโหจนยากที่จะให้อภัย

 

 

 

“ไม่ดีกว่าฮะ ผมจะไปคนเดียว”

 

 

 

กิ๊ง!!~

 

อีกรอบ ประตูลิฟต์ถูกเปิดออกเมื่อมาถึงที่หมาย ร่างทั้งสองเดินตามกันมาติดๆ เชวซึงฮยอนรึจะปล่อยให้น้องขึ้นรถไปคนเดียว อย่างน้อยเขาก็ต้องไปส่งขึ้นรถบ้าง ปกติก็เป็นแบบนี้ถ้าซึงรีจะกลับกวางจู เขาจะไปส่ง ไม่ก็ถ้าเขามีงาน เชวซึงฮยอนไปส่งน้องขึ้นรถเอง

 

 

“พี่ไปส่งขึ้นรถนะ”  พูดพลางเดินไปแย่งเป้มาถือให้ตามหน้าที่ของแฟนที่ดี คนตัวเล็กก็ไม่ได้ขัดใจหรือฮึดฮัดอะไร เพียงแต่เดินข้างๆกันไปเงียบๆ ให้ตายเถอะ เชวซึงฮยอนอยากให้น้องมาโวยวายหรือวีนใส่มากกว่านะ เงียบแบบนี้ใจไม่ดีเลย

 

เมื่อทั้งสองก้าวเข้ามานั่งในรถ เชวซึงฮยอนก็เอี้ยวตัวมาคาดเบลท์ให้ตามเคย ซึงรีก็ไม่ได้ว่าอะไรอีกเช่นเคย คาดเสร็จคนพี่ถึงได้มองหน้างอง้ำนั้นอย่างเหลืออดเหลือทน

 

 

 

“ซึงรี อย่าเงียบแบบนี้สิ พี่ไม่ชอบนะ!   และแล้วความอดทนของเขาก็หมดลง

 

“ไม่ดีเหรอฮะ พี่จะได้ไม่รำคาญไง ที่ผมไม่มาง้องแง้งใส่”

 

“แต่พี่ชอบแบบนั้นมากกว่านี่ นะ..เอาซึงรีง้องแง้งนะ”

 

“ออกรถเถอะฮะ ผมไม่อยากถึงบ้านค่ำ”

 

“....................”  เชวซึงฮยอนได้แต่ลอบถอนหายใจเงียบๆ

 

 

อยากจะตามไปด้วย แต่งานพรุ่งนี้ก็รัดตัวเอาไว้เหลือเกิน

 

 

 

“ถ้าหากเราไม่ได้เป็นแฟนกัน ผมก็คงไม่ต้องมารู้สึกรู้สากับเรื่องแบบนี้ พี่ว่ามั้ยฮะ”

 

“........................”  ทำไมพูดแบบนั้น?

 

“ถ้าเป็นน้องในวงธรรมดา ผมคงยินดีหรือไม่ก็อิจฉาพี่เหมือนคนอื่นๆแล้วใช่มั้ยฮะ”

 

“...อีซึงฮยอนจะพูดอะไร”  ร่างสูงยังไม่ออกรถ เขาหันไปมองคนที่นั่งพูดนิ่งๆ ซึงรีไม่ได้มองหน้าหรือสบตาเขา ร่างเล็กมองไปข้างหน้า

 

“ก็ถ้าเกิดเราเป็นแค่พี่น้องในวง...”

 

“หยุดเถอะ..”  เรื่องใหญ่แล้วแบบนี้ ซึงรีโกรธเขาขนาดนี้เลยเหรอ? “..พี่จะรีบไปส่ง เดี๋ยวจะไม่ทันรถ”

 

“พี่ซึงฮยอน ผมว่าเรา...”

 

“พี่ไม่ฟัง! อย่าแม้แต่จะพูดคำนั้นนะซึงรี มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับเรา”

 

 

บางที ซึงฮยอนคนน้องก็คิดว่า ซึงฮยอนคนพี่เอาแต่ใจและไม่ยอมรับฟังเหตุผลมากกว่าเขาอีก

 

 

“......................”

 

“...เรายังเป็นแฟนกัน และจะเป็นตลอดไป”

 

 

 

...แล้วผมต้องทนเจ็บปวดกับหลายๆเรื่องเหรอฮะ...

 

 

 

 

ทั้งคู่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร

 

..ไม่มีคำว่า “เลิกกัน” ออกมาจากปากของใคร

 

และในใจลึกๆแล้ว ต่างฝ่ายก็ไม่อยากได้ยิน..

 

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

“เดินทางดีๆนะ ถึงแล้วโทรหาพี่ด้วย”

 

“..........”

 

“ซึงรีอา~ โวยวายหน่อยสิ วีนแตกก็ได้”

 

“ผมจะทำแบบนั้นทำไม”  โอ้ย! เชวซึงฮยอนร้าวราน แฟนผมเย็นชามาก

 

“ปกติเราต้องพูดๆๆๆกว่านี้นี่..”

 

“..........”

 

“ต้องให้พี่จูบปากโชว์คนทั้งสถานีใช่ไหม เราถึงจะยอมคุยกับพี่”

 

“นี่! ผมไม่ใช่ผู้หญิงมีไฝคนนั้นนะฮะ!!

 

แบบนี้สิถึง คืออีซึงฮยอนของเขา

 

 

“ฝ..ไฝ? ฮ่าๆๆๆๆ ซึงรีอา~ เข้าใจเปรียบเทียบนะ”

 

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ! ผมจะกลับแล้ว”  ยิ่งวีนแบบนี้ยิ่งน่ารัก ใจขาดตายแน่ๆถ้าไม่ได้เป็นแฟน

 

“อย่าลืมโทรมาบอกนะ”

 

“...........”  ไม่ตอบ แต่แลบลิ้นให้แล้วก็วิ่งขึ้นรถไป

 

“ให้มันได้อย่างงี้สิ! ต้องโทรมานะ!!

 

 

 

.

 

.

 

..และก็ไม่โทรมา -  -

 

 

“แฟนใครวะแม่ง ดื้อชิบหาย”

 

พูดจบก็เหวี่ยงนิตยสารแฟชั่นในมือลงบนโต๊ะรับแขกดังปั๊ก! ไอ้คนที่เหลือสะดุ้งขึ้นพร้อมๆกัน แดซองคิดในใจว่า สองคนนี้ยังไม่คืนดีกันแน่ๆ พี่ใหญ่ถึงได้โมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงพร้อมที่จะฆ่าทุกคนทันทีที่ปริปากพูดขึ้นมา ซึงรีก็นะ จะโกรธจะงอนไปถึงไหน นั่นมันงานไม่ใช่หรือไง ทีเอ็มวีสตรองเบบี้ยังถึงพริกถึงขิงกับนางเอกเอ็มวีซะขนาดนั้นอ่ะ แต่ก็นะ ครั้งนั้นจำได้เลยว่า อีซึงฮยอนโดนทำโทษทั้งคืน

 

 

 

“จียง เอามือถือมายืมดิ๊”

 

“ของพี่ล่ะ”

 

“เบอร์ฉันโทรไปแล้วซึงรีไม่ยอมรับ”

 

 

กร้ากกกกกก คังแดซองขอถอนความเห็นใจ รู้สึกสะใจนิดๆได้ไหม นานๆจะเห็นแบบนี้นะ นานๆจริงๆที่น้องเล็กมันจะโกรธแฟนมันจนหนีกลับบ้าน แถมยังไม่ยอมรับการติดต่ออีก แดซองคิดว่าพี่จียงกับพี่ยองเบก็คงกำลังสมน้ำหน้าพี่ใหญ่อยู่เหมือนกัน

 

จียงยื่นมือถือให้ด้วยความสงสารปนสมเพช แม่งเอ้ย ไปดีฟคิสซะขนาดนั้นนะ กูกระซวกไส้แตกไปแล้วเหอะ แล้วทำหน้ารู้สึกผิดกับพวกเขาสามคนน้องมันจะรู้ไหม โน่น ไปง้อมันโน่น!

 

 

 

“ซึงรีไม่ยอมรับ” เชวซึงฮยอนถอนหายใจอย่างเซ็งๆ และยื่นโทรศัพท์คืนให้จียง

 

“เอาของผมไหมพี่ เผื่อน้องมันจะรับ”  ยองเบที่นั่งเงียบมองอยู่ เสนอขึ้นมา

 

“ไม่ล่ะ....ไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้มีงานเช้า”

 

“แล้วจะไปหาน้องตอนไหนอ่ะพี่”  แดซองเอ่ยถามเมื่อเห็นพี่ใหญ่ลุกขึ้นยืนจะเข้าห้อง

 

“พรุ่งนี้เลย งานเสร็จจะออกเลย”

 

“โห ไม่เหนื่อยขับรถเหรอพี่ พี่จะไม่พักก่อนเหรอ”

 

“...ไม่ล่ะ”

 

 

 

แล้วก็เดินเข้าห้องไป

 

 

 

เชวซึงฮยอนคิดในใจว่า การที่ไม่มีเจ้าตัวเล็กคอยป่วนประสาทน่ะ มันเหนื่อยกว่าอีกนะ

 

 

 

กดเบอร์ไปจะคุยกับเธอ อยากเคลียร์เรื่องราวที่เราโกรธกัน

ต้องง้อกันเป็นประจำ ก็เธอไม่ฟังฉันบ้างเลย

อยากบอกกันให้เธอเข้าใจ ไม่อยากให้เธอทำตัวเฉยเมย

รู้ไหมมันทรมานกับการไม่มีเธออย่างนี้

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

“ซึงรี ไม่ทานข้าวเย็นจริงๆเหรอลูก”

 

“ผมทานมาแล้วบนรถฮะแม่ ผมขอพักนะฮะ”

 

“ได้จ๊ะ งั้นแม่จะแบ่งกับข้าวไว้ในตู้แล้วกันนะ ถ้าหิวก็ลงมาทานได้นะจ๊ะ”

 

“ขอบคุณฮะ”

 

 

 

เสียงของผู้เป็นแม่เงียบลง อีซึงฮยอนที่นอนตะแคงตัวออกไปทางหน้าต่างถอนหายใจยาวๆ นี่เขาทำถูกหรือเปล่านะที่หอบความทุกข์กลับมาบ้านให้พ่อแม่เป็นห่วง ซึงรีรู้ดีว่าพ่อกับแม่เป็นห่วงแค่ไหน เพราะอยู่ดีดีก็โผล่มาที่บ้านโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า แถมยังมาคนเดียว ไม่มีใครบางคนตามมาด้วยอีกต่างหาก

 

แต่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดออกไป ดูท่าทางพ่อจะเดาออกเหมือนกันว่าเขากับพี่ซึงฮยอนคงทะเลาะกันมา เขาก็นะ กลับมาทำให้ทุกคนต้องมาพลอยไม่สบายใจไปด้วย รู้งี้ไปที่อื่นดีกว่า

 

โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอนสั่นเบาๆอีกแล้ว ตั้งแต่มาถึงบ้านมันก็ยังสั่นไม่หยุด เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอก็มีแค่ของพี่ซึงฮยอนและพี่จียงเท่านั้น แต่พี่จียงโทรมาครั้งเดียวเขาก็เลือกที่จะไม่รับอยู่ดี เพราะรู้ว่าคนที่โทรมาน่ะไม่ใช่เจ้าของเครื่องหรอก แต่เป็นพี่ใหญ่ในวงต่างหาก

 

มือถือหยุดสั่นอีกครั้ง มือเล็กหยิบขึ้นมาเปิดดู ห้าสิบมิสคอล! จะกระหน่ำโทรให้มันได้อะไรขึ้นมากันนะ น่าจะรู้ว่าเขายังโกรธยังไงก็ไม่รับตอนนี้หรอก อีซึงฮยอนอยากมาพักจริงๆ ไม่อยากได้ยินเสียงใครทั้งนั้น แต่ก็ไม่เลือกที่จะปิดเครื่องหรือถอดแบตหนี เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าจะใส่ใจที่จะอยากคุยหรืออยากขอโทษกันหรือเปล่า

 

พี่ซึงฮยอนไม่ชอบการส่งข้อความ อันนี้เขารู้ดีที่สุด พี่ซึงฮยอนชอบที่จะพูดออกมาตรงๆมากกว่า ก็ไม่ได้อยากจะโกรธนานหรอกนะ แต่ครั้งนี้ไม่ไหวจริงๆ มันไม่เหมือนคราวที่แล้วนี่นา พี่ซึงฮยอนโตขึ้นนักรึไง ถึงได้ไปเที่ยวรับบทบาทเลิฟซีนกับคนอื่นเขาไปทั่ว มันน่าโมโหนักที่เห็นฉาก....

 

หน้าเคลิ้มด้วยนะ ตอนนั้นจินตนาการว่าอะไรอยู่ซึงรีโคตรอยากจะรู้ หน้าแบบนั้นซึงรีเห็นบ่อยนะเวลาเราจูบกัน แล้วก็ต้องไปทำหน้าแบบนั้นกับผู้หญิงคนอื่นๆด้วย คนอื่นอาจจะไม่อะไร แฟนคลับอาจจะกรี้ดแตกแล้วก็พร่ำเพ้อคร่ำครวญเฉยๆ แต่สำหรับเขา..

 

สำหรับอีซึงฮยอน คนที่เป็นแฟนกัน มันไม่ได้รู้สึกแค่นั้นน่ะสิ

 

 

น้อยใจ โมโห อยากจะวีนแตก อยากจะตบ อยากจะตี

 

อยากจะทำทุกๆอย่างที่คนรักคนอื่นเขาทำกัน

 

แต่มันได้ที่ไหน เมื่อเรื่องของเราสองคน มันต้องปกปิดเป็นความลับ

 

 

 

“เฮ้อ...จะโทรมาอะไรนักหนานะ”

 

 

เสียงเล็กพึมพำเบาๆกับหน้าจอโทรศัพท์เมื่อเห็นมันสั่นขึ้นมาอีกครั้ง และก็เบอร์เดิม

 

ซึงรีเอามือปาดน้ำตาทิ้ง เมื่อความรู้สึกมันเริ่มตีรวนขึ้นมาอีกครั้ง วันนี้เกือบแล้วอีซึงฮยอน เกือบพูดคำว่าเลิกออกไปแล้วไหมล่ะ ดีนะที่พี่ซึงฮยอนห้ามไว้ทัน เพราะถ้าคำนั้นออกจากปากไป มันคงจะเป็นเหมือนมีดที่ไปกรีดลงหัวใจเราทั้งคู่นั่นแหละ

 

ก็เพราะไม่ได้อยากจะเลิกกัน แม้ไม่เลิกกันตอนนั้น ถ้าเผลอพูด มีดใบนี้ก็ต้องไปสะกิดหัวใจอยู่ดี เจ็บพอๆกับที่มันทิ่มลงไปลึกๆนั่นแหละ การที่เราสองคนอยู่ในสถานะเป็นแฟนแล้วทำอะไรไม่ได้เลยทั้งๆที่มีสิทธิ์ มันก็กดดันนะ กดดันจนเกือบเผลอพูดทำร้ายหัวใจตัวเองโดยไม่รู้ตัว

 

โทรศัพท์เครื่องเล็กสั่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป

 

มันเป็นข้อความ จากพี่ซึงฮยอน

 

 

 

“ไม่รับโทรศัพท์หน่อยเหรอ? หรือว่าเราจะนอนแล้ว งั้นพี่ไม่กวนนะ หลับฝันดี ห่มผ้าหนาๆด้วย เป็นห่วง ... รัก”

 

 

 

โห..ไม่ชอบส่งแต่ส่งมาทีคนรับแทบตายเลยนะ ทำแบบนี้ได้ไง คิดถึงจะแย่แล้วรู้ไหมเนี่ย!

 

 

 

“พรุ่งนี้ถ้าไม่รีบมาง้อนะ.. .จะไม่คุยด้วยสามเดือนเลยคอยดู!

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

เชวซึงฮยอนล้มตัวนอนลงบนเตียง มือหนาเอื้อมไปหยิบตุ๊กตาแพนด้าตัวโปรดของคนตัวเล็กอีกคนที่เคยนอนด้วยกันมากอดไว้ แม้จะชอบล้อว่าน้องน่ารักตาย้อยเหมือนแพนด้า แต่มันก็แทนกันไม่ได้หรอกนะ อีซึงฮยอนตัวนิ่ม ตัวหอมน่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงกว่านี้ตั้งเยอะ

 

เมื่อครู่ที่ส่งข้อความไปซึงรีจะได้รับมันหรือเปล่า หรือว่านอนไปแล้ว นานๆทีเขาจะส่งข้อความเพราะงั้นซึงรีคงไม่คิดถึงจุดนี้หรอกมั้ง คงไม่ได้รอหรืออะไรหรอก เพราะขนาดโทรไปยังไม่รับเลย

 

 

“นี่! เจ้าแพนด้า เจ้านายแกไม่อยากคุยกับฉันขนาดนั้นเลยเหรอไง?”

 

 

ร่างสูงผ่อนลมหายใจออกมาเบา สายตาคมดุดันตอนนี้ดูเศร้าสร้อยมองออกไปนอกหน้าต่าง ทำยังไงอีซึงฮยอนถึงจะเข้าใจนะ ทำยังไงถึงจะหายโกรธ ได้แต่ถอนหายใจยาวๆออกมาอีกครั้ง แบบนี้ไม่ดีเลย ไม่ดีเลยสักนิด คิดถึงอีซึงฮยอนจะแย่

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

“ซึงรี พ่อกับแม่จะพาน้องไปบ้านคุณป้านะลูก อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”

 

“..ฮะ”

 

“แล้วสบายใจขึ้นไหม เมื่อคืนก็ไม่ลงมาทานข้าว กับข้าวยังเต็มตู้เหมือนเดิมเลย เดี๋ยวแก้มไม่ป่องแล้วพี่ซึงฮยอนจะไม่รักเอานา..”

 

โหแม่ พูดแบบนี้เอามีดมาแทงผมเหอะ “...........”

 

“โกรธอะไรพี่เค้าอีกล่ะลูก”

 

“........ผมมันงี่เง่าเองฮะ”  งี่เง่าที่ไม่ยอมเข้าใจอะไรเลย งี่เง่าที่ไม่พยายามทำความเข้าใจ แต่ตอนนี้ซึงรีก็กำลังทรมานกับความงี่เง่าของตัวเอง

 

“แม่ว่าต้องปรับความเข้าใจกันนะลูก คุยกันดีๆ แม่ว่าตอนนี้พี่เขาเองก็คงทรมานไม่น้อยไปกว่าลูกหรอก”

 

ดี..เจ็บซะบ้าง! ไม่ใช่มีแต่เขาที่ต้องเสียใจเป็นบ้าเป็นบอคนเดียว “..........”

 

“มันไม่ดีนักหรอกนะ ที่จะมาโกรธกันเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆ”

 

“....แม่..ผมควรทำยังไงดี ผมจะทำยังไงให้รู้สึกเฉยๆเวลาที่พี่เขาทำงานร่วมกับผู้หญิงคนอื่น ผมจะทำยังไงให้ยอมรับได้ทุกครั้งฮะ ผมรู้ว่าผมมันยังไม่โต แต่...แต่ผมเสียใจนะที่เห็นอะไรแบบนั้น”

 

“ซึงรี..ลูกอย่าไปแคร์สิ ลูกแคร์แค่ความรู้สึกพี่เขาก็พอ ทุกครั้งที่พี่เขาทำงานแบบนั้น ลูกแคร์แค่ว่า พี่ซึงฮยอนเขารู้สึกไปกับบทแบบนั้นหรือเปล่า รู้สึกพอใจกับผู้หญิงพวกนั้นจริงๆหรือเปล่าก็พอนะลูก”

 

“แล้วความรู้สึกผมล่ะฮะ?”

 

“นั่นมันก็เป็นหน้าที่ของพี่เขา ที่จะต้องแคร์ความรู้สึกลูกไงจ๊ะ”

 

“................”   เขาจะแคร์เหรอ?

 

“แม่ต้องไปแล้วนะ ถ้าพี่เขามาก็รีบๆคุยกันซะนะ แม่ไม่ชอบอีซึงฮยอนแบบนี้เลย ชอบแบบง้องแง้งมากกว่านะ”

 

“ฮ่าๆๆ แม่พูดเหมือนพี่ซึงฮยอนเลย”

 

“ก็ทุกคนรักลูกที่ลูกสดใสร่าเริงทั้งนั้นแหละนะ”

 

“ผมรักแม่นะฮะ”

 

“จ้า แม่ก็รักลูกนะ”

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

อยากให้เรากลับไปเหมือนเดิม กลับมารักกันด้วยความเข้าใจ

รู้ไหมมันนานเท่าไหร่ ที่ไม่มีใครข้างๆกัน

ไม่มีคนที่คอยห่วงใย ไม่ได้พบใครที่เคยผูกพัน

รู้ไหมฉันจะไม่ทน กับการไม่มีเธอต่อไป

 

 

 

ร่างสูงก้าวออกมาจากรถ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบริเวณชั้นสองของบ้านหลังเล็กที่คุ้นเคย ห้องนอนทางด้านซ้ายของตัวบ้านเปิดไฟอยู่ สงสัยเจ้าของจะยังไม่นอน ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มเศษ กว่าจะเลิกงานแล้วขับรถมาที่นี่ก็เล่นเอาเหนื่อยล้าเหมือนกัน เชวซึงฮยอนยังไม่ได้พักผ่อนหรือแม้แต่กินข้าวเลยสักนิด

 

มือหนาเอื้อมออกไปกดกริ่งหน้าบ้าน หวังว่าจะมีคนใจดีเปิดให้เขาเข้าไปเถอะ ยืนรออยู่สักพักประตูบ้านก็เปิดออกมา...

 

 

ใบหน้าขาวๆน่ารักๆแบบนี้หรือเปล่าที่เขาคิดถึงตลอดทั้งวัน

 

แล้วทำไมต้องทำหน้าเศร้าแบบนั้นด้วย เขาไม่ชอบเลยแฮะ

 

 

 

“..เอ่อ.. .”  คำพูดที่เตรียมไว้ก็ลืมหมดแล้ว  “..พี่..”

 

“เข้าบ้านก่อนสิฮะ”

 

แล้วน้องก็หลีกทางให้ แต่เขายังยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน อีซึงฮยอนเลิกคิ้วเป็นเชิงคำถามส่งมาให้

 

“พี่จะไม่เข้าบ้านเหรอ”  หน้าบึ้งใส่อีกแน่ะ

 

“พี่คิดว่าพี่คงมาผิดบ้าน”

 

“......??”

 

“ทุกครั้งที่มา เจ้าของบ้านเขาจะยิ้มต้อนรับและกอดพี่แน่นเลย แต่หลังนี้คงไม่ใช่”

 

“..................”  ซึงรียืนก้มหน้าลบสายตานั่น ทำไมต้องทำเสียงแบบนั้นล่ะ คิดว่าน่าสงสารรึไง แล้วสายตาแบบนั้นอีก แค่นี้ก็....

 

 

“ฮึก..ผมคิดถึงพี่จะแย่อยู่แล้วคนบ้า!..”

 

 

เชวซึงฮยอนคิดว่าตัวเองมาถูกหลังแล้วล่ะ มือหนาเอื้อมไปกอดตอบคนตัวเล็กที่พุ่งเข้ามากอดเขาซะเต็มแรงเมื่อครู่ คนนี้แหละที่คิดถึงมาตลอด คนนี้แหละที่อยากกอดอยากหอมโคตรๆ

 

 

 

“งานกว่าจะเลิก นี่ก็รีบบึ่งรถมากวางจูเลยนะ”

 

“..ไม่รู้แหละ ก็ผมคิดถึงพี่นี่ ฮึก..”  แรงกอดเพิ่มขึ้นไปอีก อากาศกำลังหนาว ได้มากอดกันแบบนี้ก็อุ่นดี

 

“พี่ก็คิดถึง.. .ขอโทษนะ”

 

ขอโทษเรื่องอะไร ระบุมาเลยนะ ทำผิดไว้ตั้งหลายคดี คิดเหรอว่าจะยอมง่ายๆ  “.......”

 

“พี่ขอโทษที่มาช้า”

 

แล้วอีกเรื่องล่ะ..

 

“ขอโทษที่ไปจูบกับผู้หญิงคนนั้น”

 

นั่นมันงาน.. .ผมจะพยายามเข้าใจ

 

 

“ดีกันได้ไหม พี่ไม่ชอบให้เราโกรธพี่เลย”

 

 

 

โกรธกับฉัน จะทำให้เธอ ดีใจใช่ไหม

ถ้าไม่ยอมเปิดใจเข้าหากัน ก็บอกให้ฉันรู้ที

โกรธกันแล้ว มันดีอย่างไร?

 

 

 

“คิดว่าผมชอบรึไง ทีหลังก็อย่าทำให้โมโหสิ”   พูดอู้อี้ตรงหน้าอกแกร่ง เชวซึงฮยอนล่ะอยากกระชากออกมาจูบซะจริงๆ

 

“ไม่ทำแล้ว จะพยายามเลี่ยงแล้วกันนะ”

 

“..ฮะ”

 

“ไม่โกรธแล้วใช่ไหม”

 

“................”  อีซึงฮยอนพยักหน้า

 

“เฮ่อออออ โล่งใจชะมัด คิดว่าคืนนี้คงต้องนอนคนเดียวอีกแล้ว”

 

 

ที่เป็นแบบนี้มันดีอย่างไร...

 

 

“ไม่เอาแล้ว แค่นี้ก็เหงาจะแย่”

 

“งั้นก็อย่าขี้น้อยใจนักซี่..”  พูดพลางเอามือบีบจมูกคนตัวเล็กจนอีกคนร้องฮื้อ

 

“ฮื้อ..ก็ผมแคร์ความรู้สึกพี่นี่ฮะ กลัวมากด้วย กลัวว่าพี่จะชอบเธอคนนั้น หมายถึงยัยผู้หญิงหน้าไฝนั่น ผมแคร์นะ ถ้าพี่รู้สึกดีไปกับเธอ ผมจะทำยังไง อีกทั้งยังแคร์มากว่า ที่พี่แสดงฉากเลิฟซีน พี่จะแคร์ความรู้สึกผมหรือเปล่า”

 

 

..ช่วยกลับมารักกันทีได้ไหม.. โกรธกับฉันมันดีอย่างไร?

 

 

“......................”  เชวซึงฮยอนยิ้มแก้มปริ

 

“......................”  อีซึงฮยอนช้อนตาขึ้นมามองด้วยความเขิน

 

“แคร์สิ เนี่ยก็กลัวแทบแย่ว่าเราจะโกรธ แล้วก็โกรธจริง”

 

“...ผมขอโทษ”

 

“ซึงรีอา~ .. อย่าทำหน้าแบบนั้นซี่ พี่ไม่อยากกอดเราทั้งคืนในบ้านหลังนี้นะ”

 

“พ่อกับแม่ไม่อยู่ฮะ พาฮันนาไปบ้านป้า”

 

 

เห๊ะ?  อะไรจะลงตัวขนาดนี้ (อ้าวเห้ย?)

 

 

“..........เข้าบ้านเถอะ พี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย”  ทั้งสองคนเดินเข้ามาในบ้าน

 

“ในบ้านมีกับข้าวที่แม่ทำไว้ด้วยนะฮะ หลายอย่างเลย”  อีซึงฮยอนเดินนำเข้ามาในห้องครัว ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับคนตัวสูง

 

“แหม..คุณแม่นี่อย่างกับรู้เลยนะ ว่าพี่จะมา”

 

“คงงั้นมั้งฮะ”

 

 

“แล้วที่บอกว่าของกินเยอะแยะน่ะ มีอะไรบ้าง??”

 

 

“..มี อีซึงฮยอน อีซึงฮยอน และอีซึงฮยอน”

 

 

 

“....................”  ห่ะ?

 

“จะรับเลยไหมฮะ?”

 

“ทันทีเลยครับ”   จะรอทำไมให้เสียเวลาล่ะ ว่ามั้ย?

 

 

 

และแล้วอาหารจานเด็ดก็ถูกอุ้มขึ้นห้องไป..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END. (เถอะ กูขอร้อง T  T )

 

 

 

Talk :: ก็บอกแล้วว่ามันไม่มีอะไรจริงๆในฟิคนี้ ไม่มีเลยจริงๆ ฉากจงฉากจูบไม่มี๊ คิดเอาว่ามันจะกินอาหารนั่นยังไง (ว่าไปก็อยากกินบ้างอะไรบ้าง) อีซึงฮยอนท่าทางจะอร่อย 5555555555+ แต่งสนองนี้ดไง เคืองโป้ตอนฉากจูบ แต่สุดท้ายก็มาให้อภัยมันตอนฉากหักคอแล้วจิบไวน์ (กูเน้นตรงจิบไวน์มาก 555+) แต่งไว้ครึ่งนึงเมื่อนานมาละ แต่เราแถมาใส่วันเกิดน้องเลย (ขี้เกียจก็บอก)

สุขสันต์วันเกิดนะอีซึงฮยอน จ๊วบๆๆๆ ด๊วบๆๆๆ เรารักน้องไม่ไหวแล้ว ช่วงนี้น้องน่ารักมากอ่ะ อร่ากกกก จะเอาอะไรแม่จับถวายเลยลูก ถ้าไม่มีตังค์ก็ไปอ้อนพี่ซึงฮยอนเค้าเลย รับรองรีบประเคนให้ แต่ก็ต้องแลกกับอะไรๆสักอย่างอ่ะนะ กร้ากกกกกกกกกกกกกกกกก

ฟิคสั้น สั่ว บ้าบอได้อีก แลกแนวกันกับของกราฟ กราฟแม่ง... เราเลยเอาแนวน่ารักมาบ้าง เผื่อทุกคนจะบอบช้ำมาจากเรื่องมิสเตอร์โพสแมน เพราะเราร้องไห้ไปละ (ถีบภัทรานิษฐ์)

ยังจองกันได้นะคะ สำหรับเรื่อง My Victory [TOPTORY fiction by kumameaw]

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและเมนท์ในฟิควันเกิดของน้องนะคะ

 

อีซึงฮยอน มีความสุขมากๆนะ ห้ามหยุดดื้อ ห้ามหยุดซน ห้ามหยุดยิ้ม ห้ามหยุดหัวเราะ เข้าใจมั้ย!

และ...ห้ามหยุดรักเค้านะ (โดนดาบท่านขุนเสียบ)

 

 

 

 

ปล.ฟิคมายวิคทอรี่จองมาได้เรื่อยๆเน้อออ

 

 

edit @ 12 Dec 2009 00:05:27 by kumameaw